แม่ให้สิทธิการเช่าตึกแถวระหว่างแต่งงาน เป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว?

แม่ให้สิทธิการเช่าตึกแถวระหว่างแต่งงาน เป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว?

          ปัญหาข้อพิพาทเรื่องการแบ่งทรัพย์สินในคดีฟ้องหย่า มักมีความซับซ้อนอย่างยิ่งเมื่อทรัพย์สินนั้นเป็น "สิทธิการเช่า" ซึ่งพ่อแม่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ยกให้ในระหว่างที่ทั้งคู่ยังใช้ชีวิตสมรสร่วมกัน โดยมักเกิดการโต้แย้งกันว่า สิทธิการเช่าดังกล่าวตกเป็น "สินส่วนตัว" ของลูกแท้ๆ หรือกลายเป็น "สินสมรส" ที่คู่สมรสอีกฝ่ายมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น หากมีการทำบันทึกข้อตกลงยกทรัพย์สินให้แก่กันหรือยกให้แก่บุตรในระหว่างที่เกิดปัญหาครอบครัว แล้วต่อมาฝ่ายที่ยอมยกให้กลับคำให้การในชั้นศาล ศาลจะมีแนวทางวินิจฉัยและแบ่งทรัพย์สินดังกล่าวอย่างไร

          คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3122/2566 เป็นเรื่องราวของสามีภริยาที่จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่ปี 2530 และมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน โดยในระหว่างสมรส มารดาของจำเลยที่ 1 ได้ยกสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้ เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเปิดร้านค้าขายอาหารตามสั่ง          ต่อมาเมื่อฝ่ายภริยาสืบทราบว่าสามีไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงอื่นจนเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ทั้งคู่พร้อมบุตรสาวจึงได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน โดยสามียินยอมยกสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ในส่วนของตนให้แก่ภริยาและบุตรสาว แต่ภายหลังเมื่อภริยายื่นฟ้องหย่า เรียกค่าทดแทน และขอให้แบ่งสิทธิการเช่าตามบันทึกข้อตกลง สามีกลับให้การต่อสู้คดีว่า ตนเองถูกหลอกลวงฉ้อฉลให้เซ็นชื่อโดยไม่ได้อ่านข้อความ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มีชู้ จึงไม่ผูกพันตามสัญญาและขอใช้สิทธิบอกล้างตามกฎหมาย

          ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวได้วินิจฉัยประเด็นแรกเรื่องสถานะของสิทธิการเช่าว่า เดิมทีสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์เป็นของมารดาจำเลยที่ 1 เมื่อมารดายกให้ในระหว่างที่โจทก์และจำเลยที่ 1 สมรสกันอยู่ แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือระบุชัดเจนว่ายกให้แก่จำเลยที่ 1 เพียงคนเดียว หรือยกให้เพื่อเป็นสินสมรส         ทั้งสองฝ่ายต่างเบิกความขัดแย้งกันโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุน เมื่อสิทธิการเช่าดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส และกรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 วรรคสอง ได้บัญญัติหลักสันนิษฐานไว้ชัดเจนว่า "ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส" สิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทจึงต้องฟังว่าเป็นสินสมรสระหว่างสามีและภริยา

          ในประเด็นเรื่องบันทึกข้อตกลงยกทรัพย์สินและการบอกล้าง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อตกลงที่สามียกสิทธิการเช่าในส่วนของตนให้แก่ภริยานั้น มีลักษณะเป็น "สัญญาระหว่างสมรส" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ซึ่งกฎหมายให้อำนาจคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างสัญญาได้ในเวลาใดที่เป็นสามีภริยากันอยู่หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่หย่า แม้คำให้การของจำเลยที่ 1 จะอ้างเรื่องถูกฉ้อฉล แต่เนื้อหาโดยรวมแสดงเจตนาปฏิเสธความผูกพันตามสัญญาอย่างชัดเจน จึงถือว่าเป็นการแสดงเจตนาบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสในคดีแล้ว เมื่อบอกล้างสัญญา สิทธิการเช่าพิพาทเฉพาะส่วนของสามีที่เคยยกให้ภริยาจึงกลับคืนมาเป็นสินสมรสตามเดิม

          อย่างไรก็ดี สำหรับสิทธิการเช่าส่วนที่สามียกให้แก่บุตรสาวนั้น ศาลชี้ว่าบุตรสาวเป็นบุคคลภายนอก สัญญาส่วนนี้จึงมีลักษณะเป็นสัญญาให้แก่บุคคลภายนอก มิใช่สัญญาระหว่างสมรสที่จะบอกล้างได้ตามอำเภอใจ สิทธิดังกล่าวจึงตกเป็นของบุตรสาวไปแล้วโดยสมบูรณ์

          เมื่อศาลพิพากษาให้ทั้งคู่หย่าขาดจากกันและต้องแบ่งสินสมรสคนละครึ่ง การแบ่งจึงต้องคิดคำนวณจากข้อเท็จจริงว่า สิทธิการเช่าครึ่งหนึ่งเป็นของภริยามาแต่แรก ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่เป็นของสามี ได้ตกเป็นของบุตรสาวไปแล้วกึ่งหนึ่ง (เท่ากับหนึ่งในสี่ของทั้งหมด) และเหลือกลับมาเป็นของสามีอีกหนึ่งในสี่ ผลลัพธ์สุดท้ายจึงตกเป็นของภริยาครึ่งหนึ่ง (สองในสี่) ส่วนสามีและบุตรสาวได้คนละหนึ่งในสี่ ซึ่งเป็นการปรับใช้กฎหมายเรื่องการแบ่งกรรมสิทธิ์รวมและสินสมรสที่ถูกต้อง ไม่ถือว่าเป็นการพิพากษานอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นแนวทางเตือนใจสำหรับครอบครัวอย่างยิ่ง ในยามที่พ่อแม่จะยกทรัพย์สินหรือสิทธิการเช่าให้แก่ลูกที่แต่งงานแล้ว หากประสงค์จะให้เป็นสินส่วนตัวของลูกเพียงคนเดียวอย่างแท้จริง จะต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือระบุข้อความไว้ให้ชัดแจ้ง มิฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาฟ้องหย่า ทรัพย์สินนั้นจะถูกสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสทันที ขณะเดียวกันการทำบันทึกข้อตกลงยกทรัพย์สินให้กันในระหว่างสมรส แม้สามีหรือภริยาจะบอกล้างส่วนที่ให้แก่คู่สมรสได้ แต่หากมีส่วนที่ทำสัญญายกให้แก่ลูกไปแล้ว ย่อมมีผลผูกพันทันทีและไม่อาจยกเลิกเพิกถอนในภายหลังได้ตามใจชอบ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 676,225