ค่าภาษีผลักภาระให้ผู้กู้ = ดอกเบี้ยแฝง ตกเป็นโมฆะทันที
ค่าภาษีผลักภาระให้ผู้กู้ = ดอกเบี้ยแฝง ตกเป็นโมฆะทันที
กลเม็ดและวิธีเลี่ยงบาลีในสัญญากู้ยืมเงินของเจ้าหนี้หัวหมอมักมีมาให้เห็นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการพยายามซิกแซ็กเรียกเก็บเงินเพิ่มในรูปแบบของค่าธรรมเนียมอื่น เพื่อไม่ให้ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
แต่ว่า คำพิพากษาฎีกาที่ 4988/2568 ได้วางบรรทัดฐานคุ้มครองผู้บริโภคและลูกหนี้ไว้อย่างเด็ดขาด โดยชี้ให้เห็นว่า เงินทุกบาทหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเพิ่มจากการกู้ยืมเงิน หากนำมารวมแล้วทำให้ภาระของลูกหนี้เกินร้อยละ 15 ต่อปี กฎหมายจะตีความว่าเป็น "ดอกเบี้ยแฝง" และส่งผลให้ดอกเบี้ยทั้งหมดกลายเป็นโมฆะทันทีครับ
สรุปข้อเท็จจริงในคดี (กู้เงินล้าน แต่อมภาษีหลักร้อย)
คดีนี้ โจทก์ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินและเพิ่มเงินกู้กับจำเลย (ซึ่งเป็นนิติบุคคลประกอบธุรกิจปล่อยกู้เยี่ยงธนาคารพาณิชย์) รวมเป็นต้นเงินกู้ทั้งสิ้น 280,000 บาท โดยโจทก์ยอมนำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกัน ในสัญญาระบุเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนไว้ 3 ส่วน
1. ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี (ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดที่กฎหมายแพ่งกำหนดให้เรียกเก็บได้)
2. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะอัตราร้อยละ 3.3 ของจำนวนดอกเบี้ยในแต่ละเดือน ซึ่งตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของฝั่งเจ้าหนี้ผู้มีรายรับต้องเป็นคนจ่ายให้กรมสรรพากร แต่สัญญาเขียนผลักภาระให้ลูกหนี้เป็นคนจ่ายแทน
3. ค่าปรับผิดนัดชำระดอกเบี้ย อีกร้อยละ 0.75 ของดอกเบี้ยแต่ละเดือน
โจทก์เป็นลูกหนี้ชั้นดี ก้มหน้าก้มตาจ่ายเงินทั้งต้น ดอกเบี้ย ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าปรับสะสมเรื่อยมาจนรวมเป็นเงินสูงถึง 449,938 บาท เมื่อโจทก์มาคำนวณดูพบว่าเงินที่จ่ายไปทั้งหมดมันเกินมูลค่าเงินต้น 280,000 บาทไปมากแล้ว จึงมาฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินคืนให้ แต่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมคืน โจทก์จึงต้องสู้คดีขึ้นสู่ศาล
ประเด็นข้อกฎหมายและการวินิจฉัยของศาลฎีกา
จำเลยต่อสู้คดีว่า ดอกเบี้ยในสัญญาเขียนไว้ชัดเจนว่าร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ส่วนค่าภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นข้อตกลงที่คู่สัญญายินยอมรับภาระแทนกันได้ตามใจสมัคร ไม่ใช่ดอกเบี้ย คดีนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 และศาลฎีกามีมุมมองทางกฎหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น
ศาลฎีกาพิจารณาในข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยมีหน้าที่ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (5) ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 จากรายรับดอกเบี้ยของตนเอง การที่จำเลยตกลงให้โจทก์ (ผู้กู้) เป็นผู้เสียภาษีแทนนั้น ในทางกฎหมายถือว่า "เป็นประโยชน์อย่างอื่นและเป็นค่าตอบแทนที่โจทก์ต้องใช้ให้แก่จำเลยจากการได้กู้ยืมเงิน" จึงต้องนับว่าเงินค่าภาษีนี้เป็นส่วนหนึ่งของดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืมเงินด้วย
เมื่อจำเลยเลือกคิดดอกเบี้ยเนื้อ ๆ ในอัตราสูงสุดที่ร้อยละ 15 ต่อปีอยู่ก่อนแล้ว การนำค่าภาษีธุรกิจเฉพาะที่ผลักภาระมาให้ลูกหนี้ไปบวกคำนวณรวมเข้าไปอีก ย่อมทำให้ดอกเบี้ยรวมเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปีทันที แม้จำนวนเงินค่าภาษีจะเล็กน้อยไม่มากนัก แต่กฎหมายมองว่าเป็นการให้กู้ยืมเงินอันมีลักษณะกำหนดจะเอาหรือรับเอาซึ่งประโยชน์อย่างอื่นนอกจากดอกเบี้ยจนเกินส่วนสมควร ฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 654 และ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 มาตรา 3
ผลลัพธ์คือ "ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยและค่าภาษีทั้งหมดตกเป็นโมฆะทันที" เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ได้ดอกเบี้ยแม้แต่บาทเดียว ดังนั้น เงินจำนวน 449,938 บาทที่โจทก์เคยหลงจ่ายไปในอดีต (ซึ่งรวมทั้งดอกเบี้ย ภาษี และค่าปรับ) ศาลสั่งให้นำไปหักออกจากเงินต้น 280,000 บาททั้งหมด เมื่อหักลบแล้วเงินที่จ่ายไปเกินกว่าเงินต้นอย่างสิ้นเชิง หนี้เงินกู้จึงระงับสิ้นลง ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนสั่งให้จำเลยต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินและคืนโฉนดให้แก่โจทก์ทันที
บทสรุปและข้อคิดเตือนใจ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4988/2568 เป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นยารักษาโรคหัวหมอของเจ้าหนี้ปล่อยกู้ได้เป็นอย่างดี ว่าตราบใดที่คุณตั้งราคาดอกเบี้ยไว้ชนเพดานร้อยละ 15 ต่อปีแล้ว "คุณห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายหยุมหยิม ค่าธรรมเนียม หรือค่าภาษีใด ๆ จากลูกหนี้เพิ่มอีกเด็ดขาด" เพราะศาลจะมองว่าเป็นประโยชน์แฝงและสั่งหักเงินเหล่านั้นเข้าเงินต้นทั้งหมดจนคุณอาจไม่ได้ดอกเบี้ยเลยแม้แต่สลึงเดียว ส่วนฝั่งลูกหนี้ หากพบสัญญาทำนองนี้ให้เก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ให้ดี เพราะสิทธิ์ตามกฎหมายจะคุ้มครองสิทธิ์ของคุณจนสามารถทวงคืนทรัพย์สินหรือโฉนดที่ดินกลับมาเป็นของตนเองได้ครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








