โอนเงินผิดบัญชี ฟ้องเรียกคืนจากธนาคารได้หรือไม่

โอนเงินผิดบัญชี ฟ้องเรียกคืนจากธนาคารได้หรือไม่

           ในยุคสังคมไร้เงินสด การทำธุรกรรมโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันมือถือ สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว แต่ก็พ่วงมาด้วยความเสี่ยงในการ "กดเลขบัญชีผิด" หลายคนอาจเคยเจอประสบการณ์โอนเงินผิดบัญชี แล้วเมื่อประสานงานทวงถามทางธนาคารกลับเจอกระบวนการที่ล่าช้า หรือธนาคารปฏิเสธไม่ยอมดึงเงินคืนให้โดยอ้างว่าต้องรอความยินยอมจากเจ้าของบัญชีปลายทางเท่านั้น

           คำพิพากษาฎีกาที่ 8557/2568 ได้วางบรรทัดฐานสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค และกำหนดหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์ไว้อย่างเฉียบขาดว่า หากเงินที่โอนผิดยังค้างอยู่ในบัญชีและเจ้าของบัญชีปลายทางไม่ได้โต้แย้ง ธนาคารมีหน้าที่ต้องคืนเงินนั้นให้แก่เจ้าของเงินที่แท้จริง จะเพิกเฉยไม่ได้

           คดีนี้ โจทก์ตั้งใจจะโอนเงินจำนวน 31,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชันมือถือไปให้บุตรสาวซึ่งเปิดบัญชีไว้กับธนาคารจำเลย แต่ในจังหวะพิมพ์หมายเลขบัญชี โจทก์เกิดกดเลขผิดไปเพียงตัวเดียว (จากเลข 5 เป็นเลข 8) ส่งผลให้ระบบตัดเงินวิ่งเข้าไปยังบัญชีของ นาย ซ. (ชายสัญชาติเมียนมา) ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารจำเลยแทน

           เมื่อรู้ตัวว่าพลาด โจทก์รีบเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าพนักงานตำรวจในวันเดียวกัน ซึ่งทางตำรวจได้ออกหมายอายัดเงินก้อนนี้ส่งไปยังธนาคารจำเลยทันที ซึ่งธนาคารก็ได้รับทราบและยอมล็อคอายัดเงิน 31,000 บาทในบัญชีของ นาย ซ. ไว้ให้

          ทว่า ปัญหาเกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อโจทก์พยายามติดต่อทวงถามเพื่อขอเงินก้อนนี้คืนจากธนาคารโดยตรง ธนาคารจำเลยกลับเพิกเฉยและไม่ยอมคืนเงินให้ โจทก์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยื่นฟ้องธนาคารต่อศาลเพื่อขอเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย ทางด้านธนาคารต่อสู้คดีชั้นฎีกาว่า ธนาคารกับโจทก์ไม่ได้มีสัญญารักษาทรัพย์หรือมีความผูกพันใดๆ ต่อกันโดยตรงตามกฎหมาย ธนาคารจึงไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินก้อนนี้คืนให้แก่โจทก์

ประเด็นที่ 1 เงินที่โอนผิด... ไม่ใช่เงินฝากของบัญชีปลายทาง

          ในการวินิจฉัย ศาลฎีกาได้กางประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 และมาตรา 672 เรื่องสัญญาฝากทรัพย์และฝากเงินมาตีความ โดยศาลอธิบายว่า ตามปกติเมื่อมีคนเอาเงินมาฝากกับธนาคาร กรรมสิทธิ์ในเงินนั้นจะตกเป็นของธนาคารทันที โดยธนาคารมีหนี้ผูกพันแค่ต้องคืนเงินให้ครบจำนวนแก่ "ผู้ฝาก"

          แต่ในกรณีนี้ ศาลฎีกาชี้จุดสำคัญว่า "โจทก์ไม่ได้มีเจตนาฝากเงินเข้าบัญชีของ นาย ซ. แต่เป็นเพียงความผิดพลาด" ดังนั้น ในสายตาของกฎหมาย นาย ซ. จึงไม่ใช่ "ผู้ฝากเงิน" ก้อนนี้ และการโอนผิดพลาดก็ไม่ใช่การฝากเงินแทน นาย ซ. ด้วย

          ตราบใดที่ นาย ซ. ยังไม่ได้เบิกถอนหรือโอนเงินก้อนนี้ออกจากบัญชีไป เงินก้อนนี้ก็ยังอยู่ในความครอบครองทางกายภาพของธนาคารจำเลย และจำเลยก็ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเงินก้อนนี้ให้แก่ นาย ซ. เพราะเขาไม่ใช่เจ้าของเงินตั้งแต่แรก

ประเด็นที่ 2 ธนาคารต้องมี "มาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสม" ไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค

          ศาลฎีกาได้นำหลักกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและจริยธรรมทางธุรกิจมาจับ โดยระบุว่า แม้โจทก์กับธนาคารจำเลยจะไม่มีสัญญาฝากเงินต่อกันโดยตรง แต่ธนาคารในฐานะ "ผู้ประกอบธุรกิจอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน" มีหน้าที่ต้องกระทำการด้วยความสุจริต โดยคำนึงถึงมาตรฐานทางการค้าที่เหมาะสมภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม และต้องใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

         ศาลชี้ว่า เมื่อธนาคารรู้ว่ามีการโอนเงินผิดบัญชี มีหมายอายัดจากตำรวจ และธนาคารก็ได้อายัดเงินไว้แล้ว

         สิ่งที่ธนาคารควรทำตามมาตรฐานที่ดี คือ ธนาคารต้องเป็นฝ่ายติดต่อไปยัง นาย ซ. (เจ้าของบัญชีปลายทาง) เพื่อให้เขาแสดงตนหรือโต้แย้งคัดค้าน หากเขามีสิทธิในเงินก้อนนั้นจริง ไม่ใช่ปล่อยนิ่งเฉยและผลักภาระให้ผู้บริโภคต้องดิ้นรนติดตามทรัพย์สินคืนเพียงฝ่ายเดียวจนเกินสมควร

          เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เงิน 31,000 บาท ของโจทก์ยังคงค้างอยู่ในความครอบครองของธนาคาร และตัว นาย ซ. เองก็ไม่เคยมาขอยื่นเรื่องโต้แย้งคัดค้านว่าเป็นเงินของตนเองเลย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า โจทก์ในฐานะเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริง ย่อมมีสิทธิชอบธรรมที่จะ "ติดตามและเอาทรัพย์สินของตนคืนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336

           การที่โจทก์ทวงถามแล้วธนาคารจำเลยยังคงเพิกเฉย ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับให้ธนาคารจำเลยต้องชำระเงินคืนให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

           คำพิพากษานี้ช่วยทลายข้ออ้างของธนาคารที่มักบอกปัดว่า "คืนเงินให้ไม่ได้ถ้าปลายทางไม่ยินยอม" เพราะกฎหมายชี้ชัดว่าเงินที่เกิดจากการโอนผิดไม่ได้สร้างสิทธิใดๆ ให้แก่บัญชีปลายทางเลย และธนาคารในฐานะผู้ดูแลระบบมีหน้าที่ต้องแอ็กทีฟช่วยประสานงาน หากปลายทางไม่โต้แย้ง ธนาคารต้องคืนเงินให้แก่เจ้าของที่แท้จริงครับ

ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 667,392