ขายกิจการ โอนพนักงาน แต่ลูกจ้างไม่ยอมไปเลิกจ้างได้ไหม
ขายกิจการ โอนพนักงาน แต่ลูกจ้างไม่ยอมไปเลิกจ้างได้ไหม
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การซื้อขายกิจการ ควบรวมบริษัท หรือขายแผนกใดแผนกหนึ่งทิ้ง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ "แล้วพนักงานในแผนกนั้นล่ะ จะทำอย่างไร" หลายบริษัทเข้าใจผิดว่า เมื่อขายกิจการแล้ว ก็แค่โอนพนักงานไปอยู่กับบริษัทใหม่ หรือถ้าพนักงานไม่ยอมไป ก็สามารถเลิกจ้างได้เลยเพราะไม่มีตำแหน่งให้ทำแล้ว แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4239/2563 ได้วางบรรทัดฐานที่สำคัญมากเพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างในกรณีนี้ไว้อย่างชัดเจน
คดีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1. การขายแค่บางแผนก ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน ในคดีนี้ นายจ้าง (จำเลย) ได้ขายกิจการเฉพาะแผนกคอนซูมเมอร์ เฮลแคร์ ให้กับอีกบริษัทหนึ่ง และพยายามจะโอนตัวลูกจ้าง (โจทก์) ไปทำงานกับบริษัทใหม่ที่ซื้อกิจการไป
มุมมองของนายจ้าง มองว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 (เดิม)
คำตัดสินของศาล ศาลมองว่า การจะเข้าเงื่อนไขมาตรา 13 ได้นั้น บริษัท (นิติบุคคล) จะต้องมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน แต่การขายแค่แผนกเดียว ไม่ใช่การควบรวมหรือโอนนิติบุคคล กรณีนี้จึงไปเข้าเกณฑ์ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 577 วรรคหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการโอนสิทธิการเป็นนายจ้าง กฎหมายระบุชัดเจนว่า จะทำได้ก็ต่อเมื่อ “ลูกจ้างต้องยินยอมพร้อมใจด้วย” ถ้านายจ้างใหม่รับโอนไปโดยลูกจ้างไม่ยินยอม สัญญาจ้างนั้นก็โอนไปไม่ได้
2. ลูกจ้างไม่ยอมย้ายไปบริษัทใหม่ เลิกจ้างถือว่า “ไม่เป็นธรรม” เมื่อกฎหมายให้สิทธิลูกจ้างที่จะ "ปฏิเสธ" การโอนย้ายได้ ในคดีนี้ลูกจ้างจึงเลือกที่จะไม่ตอบรับข้อเสนอเพื่อย้ายไปบริษัทใหม่
นายจ้างจึงตัดสินใจ เลิกจ้าง โดยอ้างเหตุผลว่าบริษัทไม่มีตำแหน่งงานให้ทำแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นนี้ว่า การที่ลูกจ้างใช้สิทธิปฏิเสธการโอนย้ายตามที่กฎหมายรับรองไว้ แล้วนายจ้างเอาเหตุนี้มาเลิกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่มีเหตุอันสมควร และตกเป็น “การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม” ทันที ซึ่งนายจ้างจะต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
3. การบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า ต้องระบุวันที่ให้ชัดเจน
อีกหนึ่งประเด็นที่นายจ้างมักพลาดคือ หนังสือบอกกล่าวเลิกจ้าง ในคดีนี้นายจ้างออกหนังสือระบุเงื่อนไขว่า
“หากโจทก์ไม่ตอบรับข้อเสนอการโอนสิทธิ... ภายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 จะถือว่าปฏิเสธ และบริษัทจะไม่มีตำแหน่งให้ทำอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่ธุรกรรม (การซื้อขายกิจการ) เสร็จสมบูรณ์”
ศาลมองว่า แม้หนังสือนี้จะมีลักษณะเป็นการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า แต่การใช้คำว่า การจ้างงานจะสิ้นสุดลงในวันที่ธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ นั้น เป็นการกำหนดวันที่ที่ไม่มีความแน่นอน ไม่รู้ว่าธุรกรรมจะเสร็จสิ้นจริงๆ วันไหน
การบอกกล่าวเลิกจ้างที่ไม่ได้กำหนดวันที่เลิกจ้างให้ชัดเจน ถือว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ป.พ.พ. มาตรา 582) นายจ้างจึงต้องรับผิดจ่าย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (หรือที่เรียกกันติดปากว่า ค่าตกใจ) ให้แก่ลูกจ้างด้วย
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








