สลากหายกับหวยเกินราคา เปิดเหตุผลทางกฎหมายที่ชี้ยังมีสิทธิได้เงินรางวัล
สลากหายกับหวยเกินราคา เปิดเหตุผลทางกฎหมายที่ชี้ยังมีสิทธิได้เงินรางวัล
จากกระแสข่าวเรื่องหวยป้าขยัน แต่หวยใบนั้นถูกเผาทำลายไปแล้ว จนเกิดคำถามตามมาในสังคมว่า เมื่อหวยถูกเผาจนไม่มีสลากตัวจริงไปแสดง แล้วป้าขยันจะมีสิทธิได้รับเงินจากกองสลากอยู่หรือไม่ ในทางกฎหมายมีคำพิพากษาฎีกาอยู่สองแนวทางที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง คือคดีซื้อหวยเกินราคาตามฎีกาปี 2568 และคดีสลากหายตามฎีกาปี 2530 ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากรณีของป้าขยันต้องใช้แนวทางของฎีกาปี 2530 เท่านั้น จึงจะทำให้ป้าขยันมีสิทธิได้รับเงินรางวัลอย่างถูกต้อง
หากเราลองหันไปมองคำพิพากษาฎีกาที่ 3639/2568 ที่วางหลักไว้ว่า "ไปตกลงรับซื้อหวยเกินราคา ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย" คดีนั้นเป็นเรื่องของแม่ค้าที่ไปตกลงซื้อสลากในราคาฉบับละ 82.50 บาท และ 83 บาท ซึ่งเกินกว่าราคาควบคุมตามกฎหมายเพื่อหวังผลกำไร เมื่อถูกโกงเงินและไม่ได้รับสลาก จึงนำคดีมาฟ้องเป็นคดีอาญา ศาลฎีกาชี้ขาดว่าการยอมรับเงื่อนไขซื้อหวยเกินราคาเป็นการกระทำที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ถือว่ากระทำโดยไม่สุจริต จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีอาญา แต่สำหรับกรณีของป้าขยันนั้น แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะป้าไม่ได้ไปทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายหรือมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์ที่ต้องห้าม เพียงแต่สลากที่ซื้อมาโดยชอบนั้นเกิดเหตุถูกคนอื่นนำไปเผาทำลายไปเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ แนวทางกฎหมายที่ถูกต้องและตรงกับกรณีของป้าขยันมากที่สุด จึงต้องยึดตามคำพิพากษาฎีกาที่ 2578/2530 ที่วางหลักว่า "สลากหายแต่ถูกรางวัล กฎหมายชี้ยังมีสิทธิรับเงิน" ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ใกล้เคียงกันมาก โดยในคดีดังกล่าว โจทก์ดวงดีถูกรางวัลแต่สลากเกิดสูญหายไป จึงนำภาพถ่ายสลากพร้อมใบแจ้งความไปขอขึ้นเงิน แต่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลปฏิเสธโดยอ้างเงื่อนไขหลังสลากว่า จะจ่ายเงินให้เฉพาะผู้ที่ถือสลากมาแสดงเท่านั้น จนเรื่องราวก้าวไปสู่การฟ้องร้องต่อศาล
ศาลฎีกาในคดีสลากหายได้ตีความเจตนารมณ์ของกฎหมายไว้ลึกซึ้งว่า ข้อกำหนดด้านหลังสลากเรื่องการให้ผู้ถือสลากนำมาแสดงนั้น เป็นเพียงมาตรการในทางธุรการที่มีไว้เพื่อป้องกันคนทุจริตแอบอ้าง และเป็นหลักฐานในการจ่ายเงินของเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่ใช่ข้อกำหนดที่มีขึ้นเพื่อตัดสิทธิหรือริบเงินรางวัลของประชาชนผู้เป็นเจ้าของสลากที่แท้จริงเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย ดังนั้น เมื่อกระบวนการทางศาลสามารถพิสูจน์พยานหลักฐานจนรับฟังได้เป็นข้อยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของสลากที่ถูกรางวัลจริง โจทก์ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะได้รับเงินรางวัลนั้น สำนักงานสลากฯ จะอ้างข้อกำหนดด้านหลังมาปฏิเสธไม่ได้
เมื่อนำทั้งสองฎีกามาเทียบเคียงกัน จะเห็นความแตกต่างในเรื่องของ "ความสุจริต" และ "เจตนา" อย่างชัดเจน ฎีกาหวยเกินราคาปี 2568 ถูกตัดสิทธิเพราะเริ่มต้นด้วยความไม่สุจริตตามกฎหมาย แต่ฎีกาสลากหายปี 2530 ได้รับความคุ้มครองเพราะเป็นเรื่องของสิทธิอันชอบธรรมที่เกิดเหตุสุดวิสัย กรณีของป้าขยันจึงต้องใช้แนวทางของฎีกาปี 2530 นี้เองมาเป็นบรรทัดฐานวิเคราะห์ ซึ่งหมายความว่า หากป้าขยันสามารถรวบรวมพยานหลักฐานที่แน่นหนาพอเพื่อพิสูจน์จนสิ้นสงสัยได้ว่าตนเองเป็นเจ้าของสลากฉบับที่ถูกรางวัลจริง แม้สลากจะถูกไฟเผาทำลายไปแล้ว กฎหมายก็ยังคงเปิดช่องให้ป้าขยันมีสิทธิได้รับเงินรางวัลเช่นเดียวกัน
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








