ลมพัดธงหลุดไปฟาดสายไฟขาดตกใส่คนบาดเจ็บ ผู้เช่าอ้างไม่ได้เช่าอยู่อาศัย ต้องรับผิดชอบไหม
ลมพัดธงหลุดไปฟาดสายไฟขาดตกใส่คนบาดเจ็บ ผู้เช่าอ้างไม่ได้เช่าอยู่อาศัย ต้องรับผิดชอบไหม
เวลาเดินถนนแล้วมีสิ่งของตกหล่นลงมาจากตึกสร้างความเสียหายหรืออันตรายแก่ร่างกาย กฎหมายได้กำหนดหลักความรับผิดเด็ดขาดของ "บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือน" ไว้อย่างชัดเจน แต่หากผู้ครอบครองเป็นเพียง ผู้เช่าเพื่อค้าขาย ไม่ได้พักอาศัยหลับนอน และในสัญญาเช่าระบุให้ บริษัทผู้ให้เช่าเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยส่วนกลาง ผู้เช่าจะอ้างพ้นความรับผิดได้หรือไม่?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5782/2541 ได้วินิจฉัยและวางบรรทัดฐานสำคัญเกี่ยวกับ "ความรับผิดในของตกหล่นจากโรงเรือนตาม ป.พ.พ. มาตรา 436" และ "หลักเกณฑ์การรับฟังพยานหลักฐานเอกสารภาษาต่างประเทศ" ไว้อย่างชัดเจน
เหตุการณ์เริ่มมาจาก มีการติดตั้งธงขนาดใหญ่ไว้ที่ตัวอาคารเลขที่ 127 ถนนราชดำริ ต่อมาเกิดลมพัดแรงจนธงหลุดปลิวไปฟาดถูกสายไฟฟ้าขาด แล้วสายไฟตกลงมาถูกตัวโจทก์จนได้รับบาดเจ็บอันตรายแก่กาย โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายรวม 302,380 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าพื้นที่บางส่วน (ชั้นใต้ดิน ชั้น 1–3 และชั้น 7) ของอาคารดังกล่าวเพื่อประกอบธุรกิจค้าขายสินค้าหัตถกรรมไทย โดยเช่าจากบริษัทยู.เค.เมเนจเมนต์ จำกัด
ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1
- ตนเช่าเพื่อ "ค้าขาย" พนักงานทำงานเฉพาะกลางวัน กลางคืนปิดตึก ไม่ได้เช่าเพื่อ "อยู่อาศัย" จึงไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยในโรงเรือน
- ในสัญญาเช่าระบุชัดเจนว่า บริษัทผู้ให้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย สิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินส่วนกลาง ตนเป็นเพียงผู้เช่ารายหนึ่ง จึงไม่ต้องรับผิดชอบ
- เอกสารค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายเป็นสำเนาภาษาญี่ปุ่น ไม่มีโนตารีพับลิกหรือสถานทูตรับรอง รับฟังไม่ได้
ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายและวางหลักเกณฑ์สำคัญไว้ 2 ประเด็น ดังนี้
1. "บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือน" ตาม มาตรา 436 รวมทั้งผู้เช่าเพื่อการค้าขาย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 436 บัญญัติว่า "บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือน จำต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดเพราะของตกหล่นจากโรงเรือนนั้น..." ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าและเป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ในพื้นที่อาคารที่เกิดเหตุ แม้สัญญาเช่าจะกำหนดให้บริษัทผู้ให้เช่าดูแลความปลอดภัยส่วนกลาง แต่บริษัทผู้ให้เช่าไม่ได้เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่า
คำว่า "บุคคลผู้อยู่ในโรงเรือน" ไม่ว่าจะเช่าเพื่อการอยู่อาศัย หรือ เช่าเพื่อประกอบธุรกิจการค้าขายสินค้า ก็ถือเป็นบุคคลผู้อยู่ในโรงเรือนตามกฎหมายทั้งสิ้น
เมื่อธงที่เกิดเหตุติดอยู่ที่อาคารซึ่งจำเลยที่ 1 ครอบครอง และหลุดปลิวไปถูกสายไฟขาดตกใส่โจทก์ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์
2. การรับฟังสำเนาเอกสารและคำแปลภาษาต่างประเทศ
โจทก์จำเป็นต้องส่งต้นฉบับไปเบิกเคลมประกันภัยที่ประเทศญี่ปุ่น จึงเข้าข้อยกเว้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 (2) ที่ศาลอนุญาตให้นำสำเนามาสืบได้
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 วรรคสาม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แปลได้ถูกต้องตรงกับต้นฉบับ หากจำเลยเห็นว่าคำแปลไม่ถูกต้องก็มีสิทธิคัดค้านได้ แต่จำเลยมิได้คัดค้านว่าคำแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นไทยไม่ตรงกับต้นฉบับอย่างไร ศาลจึงรับฟังสำเนาและคำแปลดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานแห่งความเสียหายได้
ดังนั้น ใครที่เช่าตึก เช่าอาคารพาณิชย์ หากมีป้าย ธง หรือสิ่งของที่ติดอยู่กับพื้นที่เช่าหลุดหล่นลงมาทำร้ายคนภายนอก กฎหมายถือว่าผู้เช่าคือ "ผู้อยู่ในโรงเรือน" ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย จะปัดความรับผิดไปให้เจ้าของตึกหรือนิติบุคคลไม่ได้ครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








