ไม่จดทะเบียนสมรส ซื้อบ้านใส่ชื่อแฟน เลิกกันต้องแบ่งไหม

ไม่จดทะเบียนสมรส ซื้อบ้านใส่ชื่อแฟน เลิกกันต้องแบ่งไหม

          ในยุคปัจจุบัน คู่รักจำนวนมากเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา ช่วยกันทำมาหากิน และเก็บหอมรอมริบสร้างเนื้อสร้างตัวร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อถึงจุดที่ต้องการมีทรัพย์สินชิ้นใหญ่ เช่น การซื้อที่ดินหรือสร้างบ้านเพื่อเป็นเรือนหอ ด้วยข้อจำกัดด้านอาชีพ เครดิตบูโร หรือความสะดวกในการยื่นกู้ จึงมักลงเอยด้วยการใส่ชื่อฝ่ายที่มีฐานะทางการเงินมั่นคงกว่าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และเป็นผู้กู้เงินธนาคารแต่เพียงผู้เดียว

          โดยที่อีกฝ่ายคอยช่วยลงแรง คุมงานก่อสร้าง ออกค่าตกแต่ง หรือช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ภายในบ้าน แต่เมื่อวันหนึ่งความรักเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ ฝ่ายที่มีชื่อในโฉนดมักอ้างความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวและขับไล่อีกฝ่ายออกจากบ้าน ทำให้เกิดคำถามว่า ฝ่ายที่ไม่มีชื่อในเอกสารสิทธิ์จะต้องเดินร้องไห้ออกจากบ้านไปมือเปล่าโดยไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ เลยหรือไม่

          ในทางกฎหมาย แม้คู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องสินสมรสมาปรับใช้เพื่อขอแบ่งทรัพย์สินคนละครึ่งได้โดยตรง แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็มิได้ตัดสิทธิของผู้ที่ร่วมสร้างครอบครัวร่วมกันมาอย่างสิ้นเชิง โดยกฎหมายมองว่าพฤติการณ์ที่ร่วมกันทำมาหากินและร่วมกันสร้างทรัพย์สินขึ้นมานั้น ถือเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์สินในฐานะ "กรรมสิทธิ์รวม" แม้ชื่อทางทะเบียนหลังโฉนดที่ดินจะมีเพียงคนเดียวก็ตาม และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 ยังวางข้อสันนิษฐานไว้ชัดเจนว่า บุคคลที่เป็นเจ้าของรวมย่อมมีส่วนเท่ากัน

          คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2567 ได้วางบรรทัดฐานคุ้มครองข้อเท็จจริงในลักษณะนี้ไว้อย่างเป็นธรรม โดยเป็นเรื่องราวของคู่รักที่ตกลงอยู่กินด้วยกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทั้งคู่ร่วมกันสร้างครอบครัวและอยากมีบ้านเป็นของตนเอง ฝ่ายหญิงซึ่งรับราชการและมีเครดิตทางการเงินดีกว่า จึงเป็นฝ่ายยื่นกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้าน และใส่ชื่อฝ่ายหญิงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเพียงผู้เดียว ขณะที่ฝ่ายชายแม้จะไม่ได้ร่วมกู้หรือมีชื่อในโฉนด แต่ได้ทุ่มเทแรงกายช่วยควบคุมดูแลการก่อสร้าง จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้าน ตลอดจนร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัวเรื่อยมา ต่อมาเมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลง ฝ่ายหญิงได้ขับไล่ฝ่ายชายออกจากบ้าน โดยอ้างว่าตนเองเป็นผู้กู้เงิน เป็นคนรับภาระผ่อนชำระหนี้กับธนาคาร และมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแต่เพียงผู้เดียว ฝ่ายชายจึงไม่มีสิทธิในบ้านหลังนี้แต่อย่างใด

          ศาลฎีกาได้พิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีและวินิจฉัยชี้ขาดว่า การที่ทั้งสองคนใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภริยาและร่วมแรงร่วมใจกันจัดหาที่ดินและปลูกสร้างบ้านขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยร่วมกัน ย่อมถือได้ว่าบ้านและที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการทำมาหาได้ร่วมกัน จึงตกเป็น "กรรมสิทธิ์รวม" ของทั้งสองฝ่าย แม้ว่าชื่อทางทะเบียนจะเป็นของฝ่ายหญิงเพียงคนเดียวก็ตาม ฝ่ายชายจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 ที่จะขอให้แบ่งทรัพย์สินกรรมสิทธิ์รวมนี้ได้ และเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงแบ่งทรัพย์สินหรือหาข้อยุติกันได้ ศาลจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 1364 สั่งให้นำบ้านและที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาด

          อย่างไรก็ดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ฝ่ายหญิงที่ต้องแบกรับภาระหนี้เงินกู้กับธนาคาร ศาลได้วางแนวทางจัดสรรเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดไว้อย่างรอบคอบ โดยกำหนดให้นำเงินที่ขายได้ไปหักชำระหนี้เงินกู้ที่ยังค้างชำระกับธนาคาร หรือคืนต้นทุนเงินส่วนที่ฝ่ายหญิงได้ชำระไปก่อนให้ครบถ้วนเสียก่อน เมื่อหักลบกลบหนี้สินและต้นทุนทั้งหมดแล้ว หากมีเงินส่วนต่างหรือผลกำไรเหลืออยู่เท่าใด จึงให้นำเงินสุทธิก้อนสุดท้ายนั้นมาแบ่งให้แก่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงคนละครึ่ง

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นอุทาหรณ์และบทเรียนสำคัญสำหรับคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสว่า แม้จะไม่มีชื่อหลังโฉนดหรือไม่มีชื่อในสัญญากู้เงิน แต่หากมีพฤติการณ์ร่วมกันสร้าง ร่วมออกแรง หรือร่วมออกเงินในการสร้างทรัพย์สินอย่างแท้จริง กฎหมายก็พร้อมให้ความคุ้มครองในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ไม่จำต้องยอมเดินออกจากบ้านไปตัวเปล่า ทั้งนี้ ในทางปฏิบัติการเก็บรวบรวมหลักฐาน เช่น สลิปโอนเงินค่าวัสดุ รูปถ่ายการคุมงาน หรือข้อความการพูดคุย ย่อมเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยยืนยันการมีกรรมสิทธิ์รวมได้อย่างมั่นคงที่สุด

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 684,912