ให้เงินคนอื่นไปปล่อยกู้ดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด จะฟ้องทวงเงินคืนได้หรือไม่

ให้เงินคนอื่นไปปล่อยกู้ดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด จะฟ้องทวงเงินคืนได้หรือไม่

          นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบหลายคนมักใช้วิธีการส่งเงินให้ "ตัวแทน" หรือคนรู้จักนำเงินไปกระจายปล่อยกู้ต่อเพื่อกินดอกเบี้ยร้อยละสูง ๆ โดยคิดว่าหากตัวแทนเบี้ยวเงินหรือไม่ยอมนำเงินต้นมาคืน ตนเองยังสามารถฟ้องศาลเรียกเงินต้นคืนได้ในฐานะตัวแทนหรือลาภมิควรได้

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2567 ได้วางบรรทัดฐานสำคัญในการลงดาบนายทุนปล่อยกู้นอกระบบอย่างเด็ดขาด โดยชี้ว่า การมอบเงินให้ตัวแทนไปปล่อยกู้ดอกเบี้ยเกินอัตรา เป็นนิติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมายและขัดต่อศีลธรรมอันดี เงินต้นที่ส่งมอบไปจึงถือเป็นการชำระหนี้อันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย เจ้าของเงินไม่มีสิทธิฟ้องเรียกคืนได้แม้แต่บาทเดียว

          คดีนี้เริ่มต้นจาก จำเลยอยู่กินกับน้องชายของโจทก์ ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2564 โจทก์และมารดาได้โอนเงินให้จำเลยรวม 7 ครั้ง เป็นเงิน 285,000 บาท (และมีเงินกู้ยืมส่วนตัวอีก 5,000 บาท รวมเป็น 290,000 บาท)

          วัตถุประสงค์ในการโอน โจทก์มอบหมายให้จำเลยทำหน้าที่นำเงินก้อนดังกล่าวไป ปล่อยให้บุคคลภายนอกกู้ยืมต่อโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อนำผลกำไรและดอกเบี้ยมาแบ่งให้โจทก์

          เมื่อจำเลยไม่นำเงินและผลประโยชน์มาคืน โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับให้จำเลยชดใช้เงินคืนจำนวน 290,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

          ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายเกี่ยวกับตัวแทนและนิติกรรมที่เป็นโมฆะ โดยวางหลักเกณฑ์สำคัญไว้ดังนี้

          1. การมอบเงินไปปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด ตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ

          การที่โจทก์ตั้งจำเลยเป็นตัวแทนนำเงินไปปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 และมีความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 (1)

          กรณีเช่นนี้ ไม่สามารถแยกเงินต้นออกจากดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมายได้ นิติกรรมการตั้งตัวแทนเพื่อไปปล่อยเงินกู้นอกระบบระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมายและความสงบเรียบร้อย ตกเป็น "โมฆะ" ทั้งหมด

          2. เป็นการชำระหนี้ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย เรียกเงินคืนไม่ได้

แม้โดยหลักทั่วไปของโมฆะกรรม คู่กรณีจะต้องคืนทรัพย์สินแก่กันตามหลัก "ลาภมิควรได้" (มาตรา 172 วรรคสอง) แต่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 411 ได้บัญญัติข้อยกเว้นสำคัญไว้ว่า

          "บุคคลใดได้กระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ท่านว่าบุคคลนั้นหาอาจจะเรียกร้องคืนทรัพย์ได้ไม่"

          เมื่อโจทก์ส่งมอบเงินให้จำเลยไปกระทำความผิดกฎหมายปล่อยกู้ดอกเบี้ยเกินอัตรา ย่อมถือว่าเป็นการชำระหนี้อันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายและขัดต่อศีลธรรมอันดี โจทก์จึงตกอยู่ภายใต้ข้อห้ามตามมาตรา 411 ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินต้น 285,000 บาท คืนจากจำเลยได้ (ได้คืนเฉพาะเงินกู้ยืมส่วนตัว 5,000 บาทเท่านั้น)

          ดังนั้น ใครที่เป็นนายทุนปล่อยกู้นอกระบบแล้วจ้างหรือวานให้คนอื่นเป็น "นอมินี/ตัวแทน" เดินสายปล่อยกู้ หากตัวแทนเชิดเงินหนี ศาลจะไม่คุ้มครองและไม่รับฟ้องทวงเงินต้นคืนให้ เพราะถือว่าเงินนั้นถูกใช้ไปในการทำผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น เมื่อเกิดความเสียหายจะมาพึ่งอำนาจศาลเพื่อทวงเงินคืนไม่ได้ครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 670,134