ขายรถส่งมอบแล้ว แม้ยังจ่ายเงินไม่ครบ รถโดนยึดคดีอาญา เจ้าของเดิมขอคืนไม่ได้

ขายรถส่งมอบแล้ว แม้ยังจ่ายเงินไม่ครบ รถโดนยึดคดีอาญา เจ้าของเดิมขอคืนไม่ได้

          การซื้อขายรถยนต์มือสองที่มีการวางเงินก้อนแรกแล้วตกลงผ่อนชำระเงินส่วนที่เหลือในเวลาสั้นๆ ผู้ขายหลายคนมักเข้าใจผิดว่า ตราบใดที่ผู้ซื้อยังชำระเงินไม่ครบและยังไม่ได้ไปดำเนินการโอนทะเบียนทางราชการ กรรมสิทธิ์ในตัวรถจะยังคงเป็นของผู้ขายอยู่เสมอ หากผู้ซื้อเบี้ยวเงินหรือนำรถไปก่อเหตุจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดเป็นของกลาง ผู้ขายย่อมสามารถนำสัญญามาแสดงเพื่อขอรับรถคืนได้ แต่ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากสัญญาซื้อขายมีลักษณะเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด กรรมสิทธิ์ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันทีตั้งแต่วันทำสัญญาและการส่งมอบรถ แม้จะยังค้างชำระราคาหรือเขียนคำว่ามัดจำไว้ก็ตาม

          ประเด็นข้อกฎหมายสำคัญนี้ได้รับการวินิจฉัยชี้ขาดในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3053/2545 ซึ่งเป็นเรื่องราวของผู้ร้องที่เป็นเจ้าของรถยนต์ ได้นำรถไปฝากขายไว้ที่เต็นท์รถ ต่อมาเต็นท์รถได้ขายรถคันดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ในราคา 90,000 บาท โดยในวันทำสัญญาซื้อขาย จำเลยที่ 2 ได้จ่ายเงินก้อนแรก 60,000 บาท และรับมอบรถยนต์ไปครอบครอง ส่วนเงินที่เหลืออีก 30,000 บาท ตกลงจะชำระภายใน 15 วัน

          แต่ปรากฏว่าหลังจากรับรถไปได้เพียงไม่กี่วัน จำเลยที่ 2 กลับนำรถคันนี้ไปร่วมกับพวกใช้ในการกระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและยึดรถยนต์ไว้เป็นของกลางในคดีอาญา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยและมีคำสั่งริบรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอคืนรถของกลาง โดยอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าของที่แท้จริงและไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิด สัญญาซื้อขายเขียนไว้ว่าเงิน 60,000 บาทแรกเป็นมัดจำ และกรรมสิทธิ์จะยังไม่โอนจนกว่าจะจ่ายครบ เมื่อจำเลยที่ 2 ผิดนัด ตนได้บอกเลิกสัญญา ริบมัดจำ และทวงรถคืนแล้ว รถจึงยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง

          ศาลฎีกาได้นำข้อความและเจตนาในสัญญาซื้อขายมาพิจารณาตีความอย่างละเอียด โดยวินิจฉัยว่า ในสัญญาซื้อขายมีข้อความระบุชัดเจนว่า ผู้ซื้อซื้อรถไปในราคา 90,000 บาท โดยมีหมายเหตุต่อท้ายว่าในราคาที่ตกลงกันนี้ ผู้ซื้อจะเป็นผู้ดำเนินการโอน ย้าย ต่อภาษี และ พ.ร.บ. เองทุกอย่าง ซึ่งข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าหลังจากทำสัญญาและส่งมอบรถแล้ว ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ขายหมดภาระหน้าที่เกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์คันนี้อีกต่อไป ข้อตกลงจึงมีลักษณะเป็น "สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด" มิใช่สัญญาจะซื้อจะขายหรือมีเงื่อนไขหน่วงกรรมสิทธิ์

          ส่วนข้อความในสัญญาที่ระบุว่า ในวันทำสัญญาให้ผู้ซื้อชำระเงินมัดจำ 60,000 บาท และส่วนที่เหลือ 30,000 บาท จะชำระให้เสร็จภายใน 15 วัน หากไม่ชำระยอมให้ผู้ขายฟ้องร้องบังคับคดีได้ทันทีพร้อมคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนั้น ศาลฎีกาชี้ว่า แม้สัญญาจะใช้คำว่ามัดจำ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียง "การแบ่งชำระราคาออกเป็นสองงวด" ซึ่งเป็นหน้าที่การชำระหนี้ตามปกติของผู้ซื้อเท่านั้น มิใช่การวางมัดจำเพื่อเป็นประกันการทำสัญญาแต่อย่างใด เพราะหากเป็นมัดจำจริง ผู้ขายคงมีสิทธิเพียงแค่ริบมัดจำ ไม่ใช่มีสิทธิฟ้องบังคับให้ชำระราคาที่เหลือพร้อมดอกเบี้ยเช่นนี้

          เมื่อการซื้อขายรถยนต์เป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดและมีการส่งมอบทรัพย์สินกันแล้ว กรรมสิทธิ์ในรถยนต์จึงตกเป็นของจำเลยที่ 2 ตั้งแต่วันทำสัญญาและส่งมอบรถ แม้จำเลยที่ 2 จะยังชำระเงินไม่ครบ และยังมิได้โอนชื่อทางทะเบียนก็ตาม ผู้ร้องจึงพ้นจากการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันดังกล่าวไปแล้ว คงมีเพียงสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินค่าซื้อรถที่เหลืออีก 30,000 บาทเท่านั้น เมื่อผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในขณะที่รถถูกนำไปใช้ก่อเหตุ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถของกลางตามกฎหมายได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติผู้ขายรถยนต์และทรัพย์สินมีค่าทุกคนว่า การใช้แบบฟอร์มสัญญาสำเร็จรูปแล้วเขียนคำว่า "มัดจำ" หรือคิดว่ายังไม่โอนทะเบียนแล้วกรรมสิทธิ์จะไม่โอนนั้น ไม่สามารถคุ้มครองตัวเราได้เสมอไป หากเนื้อหาในสัญญามีลักษณะส่งมอบขาดและผลักภาระทุกอย่างให้ผู้ซื้อไปหมดแล้ว กฎหมายจะถือว่ากรรมสิทธิ์โอนทันที และหากผู้ซื้อนำรถไปก่อคดีอาญาจนถูกศาลสั่งริบ ผู้ขายเดิมจะหมดสิทธิเรียกรถคืนทันที ทางที่ปลอดภัยที่สุดในการขายผ่อนคือต้องทำเป็นสัญญาเช่าซื้อ หรือมีข้อความสงวนกรรมสิทธิ์ไว้อย่างชัดแจ้งและรัดกุมตามกฎหมายเท่านั้น

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

 

Visitors: 676,192