ด่าในกลุ่มไลน์แม้ไม่เอ่ยชื่อก็ผิดหมิ่นประมาท
ด่าในกลุ่มไลน์แม้ไม่เอ่ยชื่อก็ผิดหมิ่นประมาท
ในยุคสังคมออนไลน์และการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันอย่างแพร่หลาย หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการส่งข้อความต่อว่าหรือประจานบุคคลอื่นภายในกลุ่มไลน์ที่มีสมาชิกจำกัด หากไม่ได้ระบุชื่อและนามสกุลจริงโดยตรง ย่อมไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเพราะผู้อื่นไม่อาจทราบได้ว่าเป็นใคร
หรือในทางกลับกัน ฝ่ายผู้เสียหายที่ถูกพาดพิงในกลุ่มไลน์มักคิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่มีโทษหนักขึ้นเสมอ แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5276/2562 ได้วินิจฉัยวางบรรทัดฐานสำคัญที่ชี้ขาดความแตกต่างระหว่างสองฐานความผิดนี้ไว้อย่างชัดเจน
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นอดีตนายทหารได้ทำสัญญาเช่าที่ดินริมแม่น้ำเพื่อประกอบกิจการร้านอาหารแพโฟลทติ้งติดสะพานข้ามแม่น้ำแคว และมีข้อพิพาทฟ้องร้องทางศาลกับเจ้าของที่ดิน
ต่อมาจำเลยได้ตั้งกลุ่มในแอปพลิเคชันไลน์และเชิญสมาชิกเข้ามาร่วมพูดคุย โดยจำเลยได้ส่งข้อความหลายครั้งในลักษณะพาดพิงถึงผู้เช่าที่ดินว่าเป็นอดีตนายทหารหน้าด้าน หมดสัญญาเช่าแล้วไม่ยอมย้ายออก และมีพฤติกรรมกอบโกยผลประโยชน์ พร้อมทั้งมีสมาชิกในกลุ่มพิมพ์ข้อความตอบโต้ในทำนองรับรู้เรื่องราวคดีความที่เกิดขึ้น โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลในความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328
ศาลฎีกาได้นำข้อเท็จจริงมาพิจารณาเปรียบเทียบกับองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย โดยแยกการวินิจฉัยออกเป็นสองประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือการพิจารณาว่าข้อความดังกล่าวเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่ ศาลเห็นว่าการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามอันจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังนั้น แม้ไม่มีข้อความตอนใดระบุชื่อของโจทก์โดยตรง
แต่เมื่อบริบทของข้อความระบุถึงอดีตนายทหารที่เช่าที่ดินทำร้านอาหารแพริมสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งในจังหวัดมีร้านอาหารลักษณะดังกล่าวเพียงแห่งเดียว ประกอบกับบุคคลในกลุ่มไลน์และพยานเมื่ออ่านข้อความแล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าหมายถึงโจทก์ จึงถือได้ว่าเป็นการใส่ความที่ระบุถึงตัวบุคคลโดยเฉพาะเจาะจงแล้ว ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คดีจึงมีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326
ประเด็นที่สองคือข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักว่า การที่จะเป็นความผิดฐานนี้ ผู้กระทำจะต้องมีเจตนาเผยแพร่หรือกระจายข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทออกไปยังสาธารณชนหรือประชาชนทั่วไป แต่การที่จำเลยส่งข้อความลงในกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ มีลักษณะเป็นเพียงเจตนาแจ้งข่าวหรือส่งสารไปยังเฉพาะกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกที่อยู่ภายในกลุ่มไลน์นั้นเท่านั้น ยังไม่ถึงขนาดเป็นการกระจายข่าวสารออกไปสู่ประชาชนทั่วไปในวงกว้าง คดีของโจทก์จึงไม่มีมูลความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณาเฉพาะข้อหาหมิ่นประมาทตามมาตรา 326 เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ว่า การพิมพ์ข้อความเหน็บแนมหรือใส่ความผู้อื่นในกลุ่มแชต แม้จะเลี่ยงไม่เอ่ยชื่อจริง แต่หากพฤติการณ์และข้อมูลแวดล้อมชี้ชัดจนคนในกลุ่มรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร ก็ไม่อาจพ้นความรับผิดในฐานหมิ่นประมาทได้ ขณะเดียวกันสำหรับผู้เสียหาย การตั้งข้อหาฟ้องร้องต้องพิจารณาลักษณะการเผยแพร่ให้ถูกต้อง เพราะการสื่อสารในกลุ่มปิดที่มีสมาชิกเฉพาะกลุ่ม ย่อมไม่เข้าข่ายการโฆษณาต่อสาธารณชนตามกฎหมาย
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








