ฟันคอสาหัส รอดคุกหวุดหวิด เจาะเทคนิคสู้คดีอาญาบันดาลโทสะ พลิกคำพิพากษาให้รอลงอาญา

ฟันคอสาหัส รอดคุกหวุดหวิด เจาะเทคนิคสู้คดีอาญา "บันดาลโทสะ" พลิกคำพิพากษาให้รอลงอาญา

          ในทางกฎหมายอาญา คดี "พยายามฆ่าผู้อื่น" โดยใช้อาวุธร้ายแรงฟันเข้าจุดสำคัญ เช่น ลำคอ จนผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส (กระดูกคอหักและขากรรไกรล่างหัก) โอกาสที่จำเลยจะรอดพ้นจากการติดคุกแทบจะเป็นศูนย์ ยิ่งหากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกถึง 4 ปีโดยไม่รอลงอาญาแล้ว การจะต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์เพื่อให้ศาลเมตตารอการลงโทษ ถือเป็นงานที่ท้าทายและต้องใช้เทคนิคทางกฎหมายที่ละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง

          แต่คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 (คดีหมายเลขแดงที่ 4414/2567) ของศาลจังหวัดชัยภูมิฉบับนี้ ได้กลายเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญของทีมทนายความฝ่ายจำเลย ในการใช้พฤติการณ์แวดล้อมเยียวยา และการชูประเด็น "บันดาลโทสะ" จนสามารถโน้มน้าวให้ศาลอุทธรณ์ยอมแก้คำพิพากษา เปลี่ยนจากคุกจริงให้เป็น "รอการลงโทษ" ได้สำเร็จครับ

 ชนวนเหตุเยื้องบ้าน: วงเหล้าเปลี่ยนชีวิต

          เหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนวันที่ 14 เมษายน 2566 จำเลย (อายุ 60 ปีในขณะนั้น) และผู้เสียหาย (ชายชราอายุ 72 ปี) ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่มีบ้านห่างกันเพียง 80 เมตรและมีสถานะเป็นญาติเกี่ยวโยงกัน ได้นั่งดื่มสุราร่วมกันที่บ้านของภริยาผู้เสียหาย หลังจากดื่มกินกันจนดึกดื่นด้วยความมึนเมา ได้เกิดเหตุทบกระทั่งกันขึ้น จำเลยได้ใช้อาวุธมีดพร้าขนาดใหญ่ (กว้าง 10 ซม. ยาว 47 ซม.) ฟันเข้าที่บริเวณคอด้านหลังของผู้เสียหายอย่างแรง 1 ครั้ง

          บาดแผลนั้นรุนแรงถึงขั้นทำให้นกล้ามเนื้อคอฉีกขาด กระดูกส่วนหลังของกรรมสันหลังส่วนคอชิ้นที่ 2 หัก และกระดูกขากรรไกรล่างหัก แพทย์ระบุว่าหากรักษาไม่ทันท่วงทีย่อมเป็นอันตรายถึงชีวิต โจทก์จึงยื่นฟ้องจำเลยในข้อหาหนักคือ "พยายามฆ่าผู้อื่น"ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80

 กลยุทธ์การสู้คดีของทีมทนายความฝ่ายจำเลย

          ในคดีนี้ ทีมทนายความได้วางแผนการสู้คดีอย่างเป็นระบบ โดยแยกออกเป็น 2 หน้าเจตนาที่สอดประสานกัน

          1. การสู้ในข้อเท็จจริงเรื่อง "เจตนาฆ่า"

          แม้ศาลจะมองว่ามีดมีขนาดใหญ่และฟันเข้าจุดสำคัญจนเล็งเห็นผลได้ว่าอาจถึงแก่ชีวิต (เป็นความผิดฐานพยายามฆ่า) แต่ทนายจำเลยได้อ้างเหตุผลสำคัญว่า จำเลยฟันไปเพียงครั้งเดียวในจังหวะที่ผู้เสียหายเสียหลักล้มลงพอดี และที่สำคัญคือจำเลยไม่ได้ฟันซ้ำ ทั้ง ๆ ที่ ณ เวลานั้นไม่มีใครมาห้ามขัดขวาง พฤติการณ์นี้ช่วยสะท้อนให้ศาลเห็นว่า จำเลยไม่ได้มีเจตนาฝังลึกมุ่งหมายเอาชีวิตมาตั้งแต่ต้น แต่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ

          2. การยอมรับและพิสูจน์เหตุ "บันดาลโทสะ"

          จำเลยให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง แต่เป็นการกระทำโดย "บันดาลโทสะ" ถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ซึ่งศาลชั้นต้นรับฟังและลดโทษให้เหลือจำคุก 4 ปี (จากระวางโทษเต็มลดกึ่งหนึ่งของพยายามฆ่าและบันดาลโทสะ)

จุดพลิกเกมในชั้นอุทธรณ์: "เยียวยาทางแพ่ง ส่งผลดีทางอาญา"

          แม้ข้อหาบันดาลโทสะจะช่วยลดสัดส่วนโทษจำคุกลงมาแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยังคงไม่รอลงอาญาเนื่องจากบาดแผลของผู้เสียหายร้ายแรงมาก ทีมทนายจำเลยจึงใช้กลยุทธ์ "มนุษยธรรมนำกฎหมาย" ในชั้นศาล โดยประสานงานเจรจาค่าเสียหายทางแพ่งกับผู้ร้อง (ผู้เสียหาย) ที่เรียกร้องมาตอนแรก 500,000 บาท จนสามารถตกลงชดใช้เยียวยาความเสียหายไปเป็นเงิน 60,000 บาทจนผู้ร้องพึงพอใจ และยอมถอนคำร้องในส่วนแพ่งพร้อมยื่นคำแถลงต่อศาลว่า "ไม่ติดใจเรียกร้องและเอาความใด ๆ กับจำเลยอีกต่อไป"

          เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลได้นำพฤติการณ์ตรงนี้มาพิจารณาควบคู่กับหลักประชากรศาสตร์:

  • จำเลยและผู้เสียหายเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกัน
  • จำเลยกระทำผิดไปด้วยเหตุบันดาลโทสะ (ไม่ใช่สันดานโจร)
  • สำคัญที่สุด: จำเลยพยายามเยียวยาชดใช้เงินจนผู้เสียหายพอใจและแถลงไม่ติดใจ
  • จำเลยปัจจุบันอายุ 62 ปี (เข้าสู่วัยสูงอายุ) และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเลยในชีวิต

          ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จึงเห็นว่าควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีแทนการส่งเข้าคุก จึงพิพากษาแก้ให้ "รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี" โดยให้คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 5 ครั้ง และทำงานบริการสังคม 50 ชั่วโมงแทน

 ข้อคิดและบทเรียนจากทนายความ

          คดีนี้แสดงให้เห็นว่า ในการทำคดีอาญาที่มีความรุนแรง การตั้งหน้าตั้งตาสู้คดีเพื่อหวังจะให้หลุดพ้นความผิดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด หากพยานหลักฐานมัดแน่น การยอมรับความจริงในจุดที่เป็น "บันดาลโทสะ" ร่วมกับการรีบเข้าเยียวยาผู้เสียหายอย่างจริงใจในทางแพ่ง คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนจาก "คุกจริง" ให้กลายเป็น "โอกาสในการแก้ตัวใหม่" ได้อย่างแท้จริงครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer  

Visitors: 668,463