กรณีกู้ไม่ผ่าน สามารถฟ้องเรียกเงินดาวน์คืนจากโครงการคอนโดได้หรือไม่

กรณีกู้ไม่ผ่าน สามารถฟ้องเรียกเงินดาวน์คืนจากโครงการคอนโดได้หรือไม่ ?

          ในยุคที่อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ การผ่อนดาวน์เพื่อจองห้องชุดกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ปัญหาที่พบได้บ่อยคือ “กู้ไม่ผ่าน” เมื่อถึงเวลาขอสินเชื่อธนาคาร ทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่คาดคิด ถูกโครงการริบเงินดาวน์ทั้งหมดหรือบางส่วน

          คำถามสำคัญคือ กรณีกู้ไม่ผ่าน ผู้ซื้อสามารถฟ้องเรียกเงินดาวน์คืนได้หรือไม่?” คำตอบคือ สามารถฟ้องได้ หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อโครงการมีพฤติการณ์ไม่เป็นธรรม หรือสัญญาที่ทำไว้ไม่ระบุข้อยกเว้นไว้กรณีกู้ไม่ผ่านอย่างชัดเจน

          สำหรับเงินจองและเงินที่ชำระในวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย ถือเป็นเงินที่มอบให้แก่ผู้ขายขณะทำสัญญาจะซื้อจะขาย เป็นมัดจำทั้งสองจำนวน ดังนั้น หากผู้ซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญาและโครงการบอกเลิกสัญญาแล้วสัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวจึงเป็นอันเลิกกัน โครงการจึงมีสิทธิ์ริบเงินมัดจำทั้งสองจำนวนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 378(2) ส่วนเงินที่ได้มอบให้ในภายหลังทำสัญญาแล้วหรือเงินดาวน์ไม่มีลักษณะเป็นมัดจำ อีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิ์ริบ

          หากในสัญญาจะซื้อจะขายระบุให้เงินดังกล่าวโครงการมีสิทธิ์ริบ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับที่กำหนดเป็นจำนวนเงินไว้ล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 379 และถ้าเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลก็มีอำนาจลดลงให้เหลือเป็นจำนวนพอสมควรได้ (ฎีกาที่ 3301/2547) ดังนั้น เงินดาวน์ ไม่ว่าในสัญญาจะมีข้อตกลงให้ริบหรือไม่ก็ตาม ก็สามารถฟ้องเรียกคืนได้ทุกกรณี

เงื่อนไขในสัญญาที่ควรตรวจสอบ

          ก่อนจะดำเนินการใด ๆ ผู้จะซื้อควรกลับไปพิจารณา “สัญญาจะซื้อจะขาย” ที่ลงนามกับโครงการว่ามีเงื่อนไขเกี่ยวกับการกู้ไม่ผ่านหรือไม่ เช่น

1. มีการกำหนดว่า หากกู้ไม่ผ่านภายในระยะเวลาที่กำหนด ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่

2. โครงการให้สิทธิผู้จะซื้อขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืนหรือไม่

3. มีค่าปรับหรือโครงการสามารถริบเงินดาวน์ทั้งหมดได้ทันทีหรือไม่

          ในหลายกรณี สัญญาที่ผู้จะซื้อเซ็นอาจมีเงื่อนไขไม่เป็นธรรม หรือไม่มีระบุชัดเจนเรื่อง “กรณีกู้ไม่ผ่าน” ซึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค ถือว่าอาจมีช่องทางในการฟ้องขอเงินคืนได้  หากผู้ซื้อไม่ได้กระทำผิดสัญญาโดยจงใจ เช่น ไม่เบี้ยวจ่าย ไม่ผิดนัด  หรือไม่ได้ยื่นกู้แบบไม่ตั้งใจจริง แต่เกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อ เพราะภาระหนี้สูง หรือรายได้ไม่พอ ทั้งที่ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว การฟ้องเรียกเงินดาวน์คืนก็สามารถมารถฟ้องได้

          อย่างไรก็ตาม หากสัญญาจะซื้อจะขายระบุไว้ว่า หากกู้ไม่ผ่านก็ดี หรือ ผู้จะซื้อไม่ยอมไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าผู้จะซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู้จะขายมีสิทธิริบเงินที่ผู้จะซื้อชำระมาแล้วทั้งหมดนั้น จะถือว่า โครงการมีการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าและมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ แม้โครงการจะมีสิทธิริบเงินดาวน์ที่ชำระมาแล้วก็ตาม แต่หากมีการฟ้องร้องคดีต่อศาล ศาลก็มีอำนาจปรับลดเบี้ยปรับได้ตามที่เห็นสมควร

 

ขั้นตอนการฟ้องเรียกเงินดาวน์

          1. เจรจาไกล่เกลี่ยกับโครงการ

             ก่อนฟ้อง ควรเริ่มจากการเจรจากับโครงการโดยตรง อธิบายเหตุผลและแสดงหลักฐานว่ากู้ไม่ผ่านจริง พร้อมขอเงินดาวน์คืน หากโครงการปฏิเสธหรือยอมคืนบางส่วน ผู้ซื้อสามารถใช้เอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้

          2. เตรียมเอกสารยื่นฟ้อง

              ให้รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น

              สัญญาจะซื้อจะขาย

              ใบเสร็จชำระเงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์

              หนังสือแจ้งผลการกู้ไม่ผ่านจากธนาคาร

              จดหมายตอบโต้จากโครงการ (ถ้ามี)

              สำเนาบัตรประชาชน

         3. ยื่นฟ้องศาล

             กรณีจำนวนทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท สามารถยื่นฟ้องที่ศาลแขวงในพื้นที่มูลคดีเกิดหรือที่ภูมิลำเนาของผู้ที่เราจะฟ้อง หากเกินกว่านั้นยื่นที่ศาลแพ่ง หรือศาลแพ่งอื่น (ในกรุงเทพ) หรือ ศาลจังหวัด โดยผู้เสียหายเป็นโจทก์และโครงการเป็นจำเลย

        4. กระบวนการพิจารณา

            เมื่อศาลรับฟ้อง จะมีขั้นตอนการไกล่เกลี่ยเบื้องต้น หากตกลงกันได้จะมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือถอนฟ้องแล้วแต่กรณี แต่หากเจรจาไม่สำเร็จจะเข้าสู่การพิจารณาสืบพยาน และศาลจะตัดสินตามพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย

       5. หลักฐานที่ใช้ในการฟ้อง

           สัญญาจะซื้อจะขาย ต้องเป็นฉบับที่มีลายเซ็นทั้งสองฝ่าย

          ใบเสร็จรับเงินจอง เงินทำสัญญา และเงินดาวน์ทุกๆงวด ต้องชัดเจนว่าเป็นยอดเงินที่จ่ายจริง

          หนังสือธนาคารแจ้งปฏิเสธการให้สินเชื่อ  

          เอกสารการสื่อสารกับโครงการ เช่น อีเมล จดหมาย หรือบันทึกข้อความ Line  

       6. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

           เนื่องจากผู้จะซื้ออยู่ในฐานะผู้บริโภค ดังนั้น จึงได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมทั้งปวงในการดำเนินคดี

       7. ค่าทนายความ (ถ้ามี)

           แล้วแต่ตกลงกัน ขึ้นอยู่ความความยุ่งยากหรือความยากง่ายของคดี

 

สรุป ฟ้องเรียกเงินดาวน์ได้หรือไม่?

          คำตอบคือ “ได้” หากคุณมีเหตุผลอันสมควร กู้ไม่ผ่านจากธนาคารโดยไม่ใช่ความผิดของตนเอง และโครงการไม่ยินยอมคืนเงินให้ การดำเนินคดีอาจเป็นทางออกสุดท้ายที่จำเป็น

         ดังนั้น การปรึกษาทนายความจะช่วยให้คุณประเมินแนวทางดำเนินคดีได้รอบคอบยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่สัญญามีข้อคลุมเครือ หรือการตีความในสัญญา หรือโครงการใช้ข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ และอย่าปล่อยให้เงินดาวน์หายไปโดยไม่ใช้สิทธิในการต่อสู้ สิทธิของผู้บริโภคสามารถใช้ได้เต็มที่เมื่อมีข้อมูลและพยานหลักฐานที่เพียงพอ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว

Visitors: 666,726