ยิงแล้วมัดตัวขึ้นรถไปยิงซ้ำจนตาย ศาลฎีกาชี้ “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” พิพากษาประหารชีวิต

ยิงแล้วมัดตัวขึ้นรถไปยิงซ้ำจนตาย ศาลฎีกาชี้ “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” พิพากษาประหารชีวิต

          ประเด็นข้อกฎหมายในคดีอาญาเรื่อง "ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) มักถูกต่อสู้จากฝ่ายจำเลยว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากโทสะพลุ่งขึ้นเฉพาะหน้าในทันทีทันใด หรือไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อนที่จะเกิดเหตุ

          ทว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2567 ได้วางบรรทัดฐานสำคัญ โดยชี้ว่า แม้ช่วงแรกจะไม่ได้วางแผนล่วงหน้ามาก่อน แต่เมื่อเหตุการณ์ตอนแรกผ่านพ้นไปแล้ว แล้วมีการมัดตัวผู้เสียหายขึ้นรถขับพาไปยังสถานที่อื่นซึ่งอยู่ห่างไกล เพื่อยิงซ้ำจนถึงแก่ความตาย ช่วงเวลาในการเดินทางถือเป็นโอกาสให้ "คิดไตร่ตรองทบทวน" การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งมีบทลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียวครับ

        เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 นายจำรัส (ผู้เสียหายที่ 1) เดินทางไปหาจำเลยที่บ้านเกิดเหตุ จำเลยเห็นเข้าจึงเดินเข้าไปนำอาวุธปืนในบ้านออกมายิงใส่ผู้เสียหายที่ 1 หลายนัดจนล้มลงหมดสติ

          ต่อมาเมื่อผู้เสียหายที่ 1 ฟื้นคืนสติและร้องขอน้ำดื่ม พรรคพวกของจำเลยกลับเข้าไปรุมกระทืบ เตะ และต่อยจนผู้เสียหายที่ 1 หมดสติไปอีกรอบ จากนั้น จำเลยกับพวกได้ใช้เชือกมัดมือมัดเท้าผู้เสียหายที่ 1 แล้วอุ้มขึ้นท้ายรถกระบะ ขับออกจากบ้านเกิดเหตุพาไปยังคลองชลประทาน 2 ขวา (ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด) แล้วจำเลยกับพวกจึงใช้อาวุธปืนยิงที่ศีรษะของผู้เสียหายที่ 1 จนถึงแก่ความตาย ก่อนจะทิ้งศพลงในคลอง

          ศาลชั้นต้น: พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ให้ "ประหารชีวิต"

          ศาลอุทธรณ์ภาค 1: พิพากษาแก้เป็น จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 (เจตนาฆ่าทั่วไป ไม่ใช่ไตร่ตรอง) ให้ "จำคุกตลอดชีวิต" โดยมองว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องกันและไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อน โจทก์ (อัยการ) จึงยื่นฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          ศาลฎีกาพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีและลำดับเหตุการณ์ แล้ววางหลักการตีความ ไว้ดังนี้

  1. เหตุการณ์ตอนแรกกับตอนหลังแยกขาดจากกัน: แม้ในตอนแรกจะไม่ได้ความว่ามีการวางแผนล่วงหน้าที่จะฆ่าผู้เสียหายที่ 1 มาก่อน แต่เมื่อเหตุการณ์ตอนแรก (ยิงและรุมทำร้ายที่บ้าน) ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เหตุการณ์ตอนหลังที่จำเลยกับพวกช่วยกันมัดมือมัดเท้าผู้เสียหายที่ 1 ขึ้นรถกระบะขับไปยังคลองชลประทาน 2 ขวา จึงไม่ใช่การกระทำที่เกิดจาก "โทสะพลุ่งขึ้นเฉพาะหน้าในทันทีทันใด" จากเหตุการณ์ตอนแรก
  2. มีเวลาคิดทบทวนและตัดสินใจ: ในช่วงเวลาที่จำเลยกับพวกจับผู้เสียหายที่ 1 มัดตัวขึ้นรถและขับเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุแห่งใหม่ซึ่งอยู่คนละจังหวัด จำเลยกับพวก "มีโอกาสคิดไตร่ตรอง ทบทวน และตัดสินใจอยู่เป็นเวลานาน" ว่าจะยิงผู้เสียหายที่ 1 ให้ถึงแก่ความตายหรือไม่
  3. เข้าองค์ประกอบฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน: การที่จำเลยกับพวกตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงศีรษะผู้เสียหายที่ 1 จนถึงแก่ความตายที่คลองชลประทาน จึงเป็นการกระทำเพื่อบรรลุผลตามเจตนาที่คิดไตร่ตรองไว้ระหว่างอุ้มตัวมา ถือเป็นการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

           ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ ให้บังคับคดีอาญาตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คือ ลงโทษประหารชีวิตจำเลย

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2567 วางหลักเกณฑ์สำคัญว่า แม้ไม่ได้วางแผนมาจากบ้าน แต่หากมีช่วงเวลาว่างเว้นหลังจากเหตุการณ์แรก ให้จำเลยได้ตั้งสติ คิด ทบทวน หรือตัดสินใจก่อนจะลงมือสังหารในเวลาต่อมา กฎหมายถือว่ามีเจตนา "ไตร่ตรองไว้ก่อน" แล้วทั้งสิ้น และความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอัตราโทษทางกฎหมายเพียงสถานเดียวคือ "ประหารชีวิต"

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

 

Visitors: 669,212