ประมูลบ้านได้แต่คนเก่าไม่ยอมย้าย ฟ้องขับไล่พร้อมคิดค่าเช่ารายเดือนได้ไหม?
ประมูลบ้านได้แต่คนเก่าไม่ยอมย้าย ฟ้องขับไล่พร้อมคิดค่าเช่ารายเดือนได้ไหม?
ปัญหาผู้ครอบครองเดิมไม่ยอมย้ายออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ประมูลซื้อมาจากการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี นับเป็นความเดือดร้อนลำดับต้นๆ ของผู้ซื้อทรัพย์ แม้ว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจะได้บัญญัติช่องทางพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อทรัพย์ โดยให้สามารถยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลในคดีเดิมเพื่อขอให้ออกหมายบังคับคดีขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปตั้งเรื่องฟ้องเป็นคดีใหม่
แต่ในทางปฏิบัติมักมีข้อสงสัยตามมาว่า ช่องทางพิเศษดังกล่าวเป็นบทบังคับเด็ดขาดที่ตัดสิทธิผู้ซื้อทรัพย์ไม่ให้ฟ้องเป็นคดีใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ซื้อทรัพย์ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ผู้ครอบครองยังคงอยู่อาศัยโดยละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2555 ได้วางหลักบรรทัดฐานเกี่ยวกับทางเลือกในการใช้สิทธิทางศาลของผู้ซื้อทรัพย์ไว้อย่างชัดเจน คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อโจทก์ได้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล แต่จำเลยยังคงครอบครองและไม่ยอมขนย้ายทรัพย์สินออกไป โจทก์จึงตัดสินใจยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่ต่อศาลชั้นต้น เพื่อขอให้บังคับขับไล่จำเลยและบริวาร พร้อมทั้งมีคำขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละหนึ่งแสนบาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบทรัพย์สินคืน
เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาล ศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งว่า คำฟ้องของโจทก์แปลความได้ว่าเป็นการขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติพิเศษเรื่องการขอหมายบังคับคดีขับไล่ จึงมีคำสั่งให้ออกคำบังคับภายในกำหนดสามสิบวัน และสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความ ส่งผลให้โจทก์ต้องอุทธรณ์ข้อกฎหมายตรงต่อศาลฎีกา เพราะคำสั่งจำหน่ายคดีทำให้คำขอเรื่องค่าเสียหายรายเดือนตกไปและไม่ได้รับการพิจารณา
ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจได้วินิจฉัยข้อกฎหมายในประเด็นนี้ว่า แม้ตามข้อเท็จจริงโจทก์จะมีสิทธิดำเนินการบังคับขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลด้วยการยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลได้ตามที่กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้ก็ตาม
แต่บทบัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงทางเลือกที่กฎหมายเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกไว้ให้เท่านั้น มิได้มีข้อความใดที่บัญญัติห้ามหรือตัดสิทธิผู้ซื้อทรัพย์ในการที่จะใช้สิทธิทางศาลตามหลักทั่วไปโดยการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนับแต่วันฟ้องจากผู้ที่อยู่อาศัยในทรัพย์สินโดยมิชอบ
ดังนั้น การที่โจทก์ประสงค์จะใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการถูกละเมิดควบคู่ไปกับการขับไล่ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเป็นคดีแพ่งสามัญได้ตามปกติ การที่ศาลชั้นต้นไปตีความคำฟ้องของโจทก์แล้วสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเพื่อให้ออกเพียงคำบังคับ จึงเป็นการจำกัดสิทธิของโจทก์และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นรับคดีของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมีสิทธิเลือกแนวทางการดำเนินคดีให้สอดคล้องกับความต้องการของตนเอง หากต้องการความสะดวกรวดเร็วและไม่ติดใจเรื่องค่าเสียหาย ก็สามารถยื่นคำขอออกหมายบังคับคดีขับไล่ในคดีเดิมได้ทันที แต่หากผู้ครอบครองยังคงดื้อดึงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อทรัพย์ก็ยังคงมีความชอบธรรมและมีอำนาจเต็มตามกฎหมายที่จะเปิดฉากฟ้องคดีใหม่เพื่อขับไล่และเรียกค่าเสียหายเป็นรายเดือนจนกว่าจะออกจากพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








