ไลฟ์สดมีเซ็กในเฟสบุ๊ค วิเคราะห์ผ่านฎีกา 4909/2566
จากไลฟ์สดการมีเซ็กส์บนเฟซบุ๊ก วิเคราะห์ผ่านฎีกา 4909/2566
จากที่เป็นกระแสฮือฮากันมากในโลกโซเชียลเกี่ยวกับการไลฟ์สดเผยแพร่การกระทำในลักษณะลามกอนาจารอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายวันจนกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม บทความนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปดูคำพิพากษาศาลฎีกาในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เพื่อเป็นบทวิเคราะห์ในทางกฎหมายว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวมีผลในทางกฎหมายอย่างไร หรือมีข้อกฎหมายใดที่อาจจะนำมาใช้วิเคราะห์เพื่อชี้ชะตากรรมของผู้กระทำความผิดในคดีประเภทนี้ได้
เมื่อพูดถึงการแพร่ภาพและเสียงการร่วมประเวณีบนระบบอินเทอร์เน็ต คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4909/2566 ได้วางแนวทางในการตีความพฤติการณ์ไว้ โดยในคดีดังกล่าว จำเลยมีโมเดลธุรกิจมืดในโลกออนไลน์ด้วยการเปิดเว็บไซต์อัปโหลดคลิปวิดีโอโป๊เปลือย และการร่วมประเวณีของเด็กเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ และหลังจากที่สร้างเว็บไซต์เสร็จสิ้นแล้ว จำเลยยังได้นำบัญชีเฟซบุ๊กและอีเมลไปโพสต์ข้อความโฆษณาชักจูงใจให้คนเข้ามาดูในเว็บ พร้อมทั้งรับลงโฆษณาสินค้าเพื่อสร้างรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง
แม้ในคดีตามคำพิพากษาฎีกานั้น ทรัพย์สินหรือสื่อลามกจะมีเด็ก เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งกฎหมายยกระดับโทษให้ร้ายแรงเป็นพิเศษ แต่โครงสร้างพฤติการณ์ของการกระทำความผิด สามารถนำมาทาบเคียง เพื่ออธิบายประเด็นร้อนของการไลฟ์สดร่วมเพศบนเฟซบุ๊กได้อย่างตรงจุดในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะข้อต่อสู้ที่ว่า “ทำไปเพราะเจตนาเดียวคืออยากได้เงินหรืออยากสร้างคอนเทนต์ จึงควรนับเป็นความผิดครั้งเดียว (กรรมเดียว)”ซึ่งศาลฎีกาได้ตีตกข้ออ้างนี้ไป
หากนำแนวคิดจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4909/2566 มาวิเคราะห์คดีไลฟ์สดการมีเซ็กส์ ต่อเนื่องหลายวันตามที่เป็นกระแสในปัจจุบัน เราจะสามารถแยกแยะการกระทำออกเป็นกรรมๆ ได้ตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้
ประการแรก การกดปุ่มแพร่ภาพสดหรืออัปโหลดเนื้อหาที่มีลักษณะลามกอนาจารลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ย่อมเป็นความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และเป็นความผิดฐานประกอบการค้าหรือทำให้แพร่หลายซึ่งสิ่งลามกตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งการกดไลฟ์สดในแต่ละวันหรือแต่ละครั้งที่เหตุการณ์สิ้นสุดลง จะถูกนับแยกเป็นหนึ่งกรรมเสมอ การไลฟ์สดต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายวันจึงไม่ใช่ความผิดครั้งเดียว แต่เป็นการสะสมกระทงความผิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนครั้งที่กระทำ
ประการต่อมา หากผู้ไลฟ์สดมีการแชร์ลิงก์ นำภาพไปโพสต์โปรโมตในกลุ่มต่างๆ หรือใช้บัญชีส่วนตัวไปโพสต์ข้อความโฆษณาเชิญชวนล่วงหน้าเพื่อให้คนมารอชมไลฟ์สดครั้งต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดผู้เข้าชมให้มากขึ้นหรือเพื่อเรียกเก็บค่าสมาชิก ศาลฎีกาชี้ชัดว่า พฤติการณ์การตลาดหรือการโปรโมตเช่นนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกต่างหากจากการไลฟ์สดโดยตรง และมีองค์ประกอบความผิดที่แตกต่างกัน โดยถือเป็นความผิดฐานโฆษณาหรือไขข่าวเพื่อช่วยการทำให้แพร่หลายหรือการค้าสิ่งลามกอนาจาร
ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลว่า แม้ผู้กระทำความผิดจะมีเจตนาลึกๆ ในใจเพียงประการเดียว คือการแสวงหาประโยชน์ทางการค้าหรือดึงดูดประชาชนให้สนใจเข้ามาดูสื่อลามกมากขึ้น แต่ในทางกฎหมาย ไม่อาจนำเจตนาพิเศษในใจนั้นมารวบรัดวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวได้ เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นคนละช่วงเวลาและเป็นการเพิ่มความร้ายแรงแห่งการกระทำความผิดไปในตัว การโปรโมตกับการไลฟ์สดจึงต้องแยกลงโทษเป็น ต่างกรรมต่างวาระ
ดังนั้น บทสรุปทางกฎหมายจากประเด็นร้อนในโซเชียลนี้ เมื่อนำบรรทัดฐานจากฎีกาที่ 4909/2566 มาจับ จะพบว่าผู้กระทำความผิดอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกที่ยาวนานกว่าที่คิด เพราะศาลจะไม่นับรวมเป็นคดีเดียวขอลดหย่อนง่ายๆ แต่จะทำการเรียงกระทงลงโทษทุกๆ การไลฟ์สดในแต่ละวัน และบวกทบด้วยโทษของการโพสต์โฆษณาชักชวนเชิญชวนในแต่ละครั้ง ยิ่งทำบ่อย ยิ่งโปรโมตมาก โทษจำคุกก็จะยิ่งถูกนำมาทบกันไปเรื่อยๆ จนอาจกลายเป็นโทษจำคุกนับสิบปี คดีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์และคำเตือนสติชั้นดีว่า พื้นที่ออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ไร้กฎหมาย และความคึกคะนองเพื่อแลกกับยอดไลก์หรือรายได้ชั่วครั้งชั่วคราว อาจต้องแลกมาด้วยอิสรภาพในเรือนจำอย่างยาวนานตามกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ เป็นเพียงการวิเคาระห์จากข้อเท็จจริงบางส่วน เพื่อเทียบเคียงฎีกาที่เคยเกิดขึ้นและศาลได้วินิจฉัยในประเด็นที่ใกล้เคียงกัน
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








