เซ็นสัญญา “หากทำร้ายลูกเมียจะยกสินสมรสให้หมด” ศาลฎีกาชี้เป็นทัณฑ์บน อ้างเป็นเหตุหย่าได้
เซ็นสัญญา “หากทำร้ายลูกเมียจะยกสินสมรสให้หมด” ศาลฎีกาชี้เป็นทัณฑ์บน อ้างเป็นเหตุหย่าได้
สัญญาครอบครัวประเภท "ทำร้ายร่างกายแล้วยอมสละสินสมรสทั้งหมด" มักเกิดขึ้นจากความพยายามในการระงับปัญหาความรุนแรงในบ้าน หลายคนเชื่อว่าหากลงนามไว้แล้ว ฝ่ายที่ฝ่าฝืนจะต้องถูกยึดทรัพย์สินสมรสทั้งหมดไปโดยอัตโนมัติ
ทว่า คำพิพากษาฎีกาที่ 1303/2568 ได้วางบรรทัดฐานทางกฎหมายไว้อย่างน่าสนใจ โดยชี้ว่าสัญญาในลักษณะนี้ "ไม่ใช่สัญญาระหว่างสมรสทั่วไป แต่มีสถานะเป็นทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติ" ซึ่งใช้บังคับได้ตามกฎหมาย แต่ข้อตกลงที่ให้ยึดสินสมรสทั้งหมดนั้น ถือเป็น "เบี้ยปรับ" ที่ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจปรับลดลงให้เหลือจำนวนที่เหมาะสมได้ หากเห็นว่าสูงเกินส่วนครับ
สรุปข้อเท็จจริงในคดี
โจทก์และจำเลยอยู่กินฉันสามีภริยามาตั้งแต่ปี 2534 (จดทะเบียนสมรสปี 2539) มีบุตรด้วยกัน 2 คน และร่วมกันสร้างฐานะจนมีสินสมรสเป็นที่ดินรวม 7 แปลง (ใส่ชื่อจำเลยถือกรรมสิทธิ์)
เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2558 ทั้งสองได้ทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับครอบครัว โดยจำเลยสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายโจทก์และบุคคลในครอบครัว หากฝ่าฝืน ยินยอมหย่าขาด และ "ขอสละสิทธิในสินสมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันทั้งหมด"
ต่อมาในวันที่ 22 ธันวาคม 2559 เกิดเหตุทะเลาะวิวาทในบ้าน จำเลยได้ตบหน้านางสาวภัทรียา (บุตรสาว) จนรอยบวมแดง และนายธีรภัทร์ (บุตรชาย) เข้าช่วยจนได้รับบาดเจ็บแผลฉีกขาดที่แขนขวา บุตรทั้งสองได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาเพราะยังเคารพรักบิดา
หลังจากทั้งสองจดทะเบียนหย่ากันแล้ว โจทก์จึงนำบันทึกข้อตกลงดังกล่าวมาฟ้องบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินสินสมรสทั้ง 7 แปลงให้แก่โจทก์แต่เพียงผู้เดียวทั้งหมด
ประเด็นข้อกฎหมายและการวินิจฉัยของศาลฎีกา
1. สถานะของสัญญา: ไม่ใช่สัญญาระหว่างสมรส แต่เป็น "ทัณฑ์บน" เรื่องความประพฤติ
ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิจารณาเนื้อความในบันทึกข้อตกลงแล้วเห็นว่า มุ่งเน้นไปที่เรื่องความประพฤติของจำเลยเป็นสำคัญ ข้อตกลงนี้จึงไม่ใช่สัญญาระหว่างสมรสเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินโดยตรง แต่เป็น "ทัณฑ์บนในเรื่องความประพฤติ" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (8)
เมื่อข้อตกลงนี้ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมอันดี หรือจำกัดเสรีภาพเกินสมควร ย่อมมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยทำร้ายร่างกายบุตรสาว จึงถือเป็นการกระทำผิดทัณฑ์บนที่ทำไว้เป็นหนังสือ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงได้
2. ยึดสินสมรสทั้งหมด = เบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจปรับลดได้
ในส่วนข้อตกลงที่ว่าหากทำร้ายร่างกายแล้วจำเลยจะ "สละสิทธิในสินสมรสทั้งหมด" นั้น ศาลฎีกาชี้ว่าเป็นข้อตกลงที่มีลักษณะเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นที่มิใช่ตัวเงิน ซึ่งถือเป็น "เบี้ยปรับ" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 382
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 หากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจปรับลดลงเป็นจำนวนที่พอสมควรได้ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ โดยศาลได้พิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1).ระยะเวลาการครองเรือน: ทั้งสองอยู่กินกันมานานกว่า 20 ปี ร่วมกันสร้างฐานะและทำมาหากินจนได้ที่ดิน 7 แปลง
2).ความรุนแรงของเหตุการณ์: แม้การทำร้ายบุตรจะเป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ แต่มันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบการโต้เถียง และบาดแผลของบุตรไม่รุนแรงมาก
3).มนุษยธรรมและหลักประกันชีวิต: จำเลยมีอายุประมาณ 70 ปีแล้ว และไม่ได้ประกอบอาชีพ การให้ริบทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดชีวิตทั้งหมด ให้ตกเป็นของโจทก์คนเดียว ถือเป็นเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วน จำเลยสมควรได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์สินไว้เพื่อเป็นหลักประกันยามแก่เฒ่าและเจ็บป่วย
ศาลฎีกาจึงเห็นสมควร ลดค่าปรับให้แก่จำเลย โดยกำหนดให้จำเลยยกที่ดินสินสมรสในส่วนของตนเพียง 1 ใน 5 ส่วน (จากส่วนของจำเลยครึ่งหนึ่ง หรือ 5/10) ให้แก่โจทก์
ผลลัพธ์การแบ่งทรัพย์สิน: โจทก์ได้สิทธิในที่ดินพิพาททั้ง 7 แปลง รวมเป็น 6 ใน 10 ส่วน (สิทธิเดิมของโจทก์ 5/10 + เบี้ยปรับที่โอนมาจากจำเลย 1/10) ส่วนจำเลยยังคงเหลือสิทธิในที่ดิน 4 ใน 10 ส่วน (จากเดิม 5/10 หักเบี้ยปรับออกไป 1/10)
บทสรุปและข้อคิดเตือนใจ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1303/2568 เป็นบรรทัดฐานสำคัญสำหรับคดีครอบครัวว่า "สัญญาทัณฑ์บนทำร้ายร่างกายใช้บังคับได้จริง แต่มิใช่ว่าจะยึดทรัพย์สินได้หมดตามใจชอบ" กฎหมายยังคงเปิดช่องให้ศาลใช้ดุลพินิจพิจารณาตามหลักความสมเหตุสมผล ความรุนแรงของพฤติกรรม และหลักมนุษยธรรม เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่กระทำผิดต้องตกอยู่ในภาวะสิ้นเนื้อประดาตัวในยามชราครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








