จ่ายดอกเบี้ยโหดจนท่วมเงินต้น แล้วไปเซ็นยอมความ ศาลฎีกาตัดสิน สัญญาไร้ผล บังคับไม่ได้แม้แต่บาทเดียว

จ่ายดอกเบี้ยโหดจนท่วมเงินต้น แล้วไปเซ็นยอมความ ศาลฎีกาตัดสิน สัญญาไร้ผล บังคับไม่ได้แม้แต่บาทเดียว

(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2568)

          ในวงการหนี้นอกระบบหรือเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ลูกหนี้จำนวนมากมักตกอยู่ในวังวนจ่ายดอกเบี้ยรายเดือนจนยอดรวมแซงหน้าเงินต้นไปไกล แต่เมื่อเจ้าหนี้บีบให้เซ็น "สัญญาประนีประนอมยอมความ" ยอมรับสภาพหนี้เงินต้นเดิม ลูกหนี้ก็มักจำยอมเพราะเข้าใจว่าเมื่อลงลายมือชื่อไปแล้วย่อมมีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลฎีกาได้วางแนวบรรทัดฐานคุ้มครองไว้อย่างเฉียบขาดว่า หากหนี้เดิมระงับสิ้นไปแล้ว สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นลอยๆ ย่อมไม่มีมูลหนี้และไม่อาจบังคับคดีได้

          หลักการนี้มีที่มาจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ประกอบพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยที่เกินอัตราจึงตกเป็นโมฆะทั้งหมด เจ้าหนี้หมดสิทธิได้รับดอกเบี้ย แม้ลูกหนี้จะฟ้องเรียกเงินดอกเบี้ยคืนไม่ได้ แต่กฎหมายให้นำเงินดอกเบี้ยโมฆะที่จ่ายไปแล้วทั้งหมดไป "หักชำระหนี้เงินต้น" ได้ทันที

          คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2568 จำเลยทั้งสี่กู้ยืมเงินโจทก์เป็นเงินต้น 1,930,000 บาท โดยโจทก์คิดดอกเบี้ยมหาโหดร้อยละ 5 ต่อเดือน หรือร้อยละ 60 ต่อปี ในระหว่างนั้นจำเลยได้ทยอยจ่ายดอกเบี้ยไปแล้วถึง 2,900,000 บาทเศษ แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินต้น ต่อมาคู่สัญญาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงให้จำเลยชำระเงินต้นคืน แต่เมื่อจำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงนำสัญญาประนีประนอมยอมความมาฟ้องบังคับคดี

          ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดว่า ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือนเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน ข้อตกลงดอกเบี้ยจึงตกเป็นโมฆะทั้งหมด และต้องนำเงินดอกเบี้ยที่จำเลยจ่ายไปแล้ว 2,900,000 บาทเศษ ไปหักออกจากต้นเงินกู้ 1,930,000 บาท ซึ่งเมื่อคำนวณหักกลบลบหนี้แล้ว เงินที่จ่ายไปมีจำนวนมากกว่าเงินต้น หนี้เงินกู้จึงระงับสิ้นไปทั้งหมดและไม่มีมูลหนี้ที่จะบังคับกันได้อีกต่อไป การที่โจทก์นำจำเลยมาทำสัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อระงับข้อพิพาทเรื่องเงินกู้ จึงเป็นการทำสัญญาบนมูลหนี้ที่ไม่มีอยู่จริง สัญญาประนีประนอมยอมความจึงไม่มีผลผูกพัน จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้อง

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นเกราะคุ้มครองลูกหนี้ทุกคนว่า สัญญาประนีประนอมยอมความจะบังคับได้ต้องมีมูลหนี้เดิมที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่จริง หากจ่ายดอกเบี้ยผิดกฎหมายสะสมจนเกินยอดเงินต้นไปแล้ว หนี้ย่อมระงับทันที การถูกหลอกล่อหรือบีบให้เซ็นสัญญาประนีประนอมยอมความในภายหลังจึงเป็นเพียงนิติกรรมที่ไร้ผลบังคับ เจ้าหนี้ไม่สามารถนำมาใช้ฟ้องร้องบังคับคดีในชั้นศาลได้เลย

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 683,749