สัตว์เลี้ยงแสนรักทำพิษ กฎหมายว่าอย่างไรเมื่อ สัตว์เลี้ยงไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
สัตว์เลี้ยงแสนรักทำพิษ กฎหมายว่าอย่างไรเมื่อ สัตว์เลี้ยงไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น
ปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างเพื่อนบ้าน เรื่องหนึ่งที่พบเจอได้บ่อยที่สุดคือ ปัญหาจากสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขไปกัดคน เห่าหอนเสียงดังรบกวน หรือน้องแมวปีนป่ายไปทำข้าวของบ้านข้างๆ ตกแตกเสียหาย ปัญหาเหล่านี้หากตกลงกันไม่ได้ อาจลุกลามใหญ่โตจนถึงขั้นหมางใจหรือฟ้องร้องกันในศาลได้เลย
เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้น กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 ได้วางหลักเกณฑ์เรื่องความรับผิดชอบไว้ชัดเจน ดังนี้
1. ทำความเข้าใจคำว่า "สัตว์" และ "ความเสียหาย"
สัตว์: ในทางกฎหมายครอบคลุมสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็ก (เช่น แมว นก สุนัข) หรือสัตว์ใหญ่ (เช่น ม้า วัว ควาย) แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ "ต้องเป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ" หากเป็นสัตว์จรจัดที่ไม่มีใครครอบครอง จะนำกฎหมายข้อนี้มาบังคับใช้ไม่ได้
ความเสียหาย: ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากตัวสัตว์นั้นไปกระทำต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นต่อ ชีวิต (กัดจนตาย), ร่างกาย (กัดจนบาดเจ็บ), หรือ ทรัพย์สิน (ทำลายข้าวของ) รวมถึงการสร้างความเดือดร้อนรำคาญด้วย
2. ใครบ้างที่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียหาย
เมื่อเกิดเหตุขึ้น กฎหมายกำหนดให้บุคคล 2 กลุ่มนี้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน:
1. เจ้าของสัตว์: ผู้เป็นเจ้าของตามกฎหมาย
2. ผู้รับเลี้ยงรับรักษา: บุคคลที่ดูแลรักษาสัตว์นั้นอยู่ในขณะเกิดเหตุ (เช่น จ้างคนมาจูงสุนัข, คลินิกรับฝากสัตว์เลี้ยง, หรือแม้แต่เพื่อนที่ฝากให้ช่วยดูชั่วคราว) โดยไม่สนว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
3. ข้อยกเว้น: กรณีใดบ้างที่เจ้าของไม่ต้องรับผิดชอบ
กฎหมายไม่ได้ใจร้ายกับคนรักสัตว์จนเกินไป หากเกิดเหตุขึ้นแต่เข้าเงื่อนไขต่อไปนี้ เจ้าของหรือผู้ดูแลสามารถอ้างเพื่อปฏิเสธความรับผิดได้:
พิสูจน์ได้ว่าดูแลดีที่สุดแล้ว: ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่วิสัยและสายพันธุ์ของสัตว์แล้ว (เช่น สุนัขพันธุ์ดุถูกขังในกรงมิดชิด มีป้ายเตือน แต่มีคนแอบปีนรั้วเข้ามาแหย่จนโดนกัด)
เหตุสุดวิสัยจริงๆ: แม้จะระมัดระวังดีแล้วแต่ความเสียหายก็ยังต้องเกิดอยู่ดี (เช่น ฟ้าผ่าเสียงดังมากจนสัตว์ตกใจหลุดตะพายไปชนข้าวของ)
กรณีอ้างอิง พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ฯ: หากบุคคลอื่นถูกสัตว์ของคุณทำร้าย และเขาจำเป็นต้องตีหรือฆ่าสัตว์นั้นเพื่อป้องกันชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของเขา กฎหมายให้สิทธิทำได้โดยไม่ถือเป็นการทารุณกรรมสัตว์
4. กฎหมายให้สิทธิไล่เบี้ย หากสัตว์ถูกคนอื่นยั่วยุ
หากสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นเด็กดีมาตลอด แต่ไปทำร้ายคนเพราะมี "คนอื่นหรือสัตว์ของคนอื่น" มาเร้าหรือยั่วยุ (เช่น เอาไม้ไปแหย่ เอาหินไปปาใส่) จนสัตว์โมโหและไปทำลายข้าวของ
กฎหมายระบุว่า เจ้าของสัตว์ต้องจ่ายเงินชดใช้ให้ผู้เสียหายไปก่อน แต่หลังจากนั้นคุณมีสิทธิไป "ฟ้องไล่เบี้ย" (เรียกเงินคืน) เอาจากคนที่มาแหย่ หรือเจ้าของสัตว์ตัวที่มาแหย่ได้เต็มจำนวน
นอกจากการจ่ายเงินชดใช้ทางแพ่งแล้ว หากเกิดความเสียหายร้ายแรง เจ้าของอาจต้องรับโทษทางอาญาที่มีทั้งโทษปรับและจำคุก ดังนี้
(หมายเหตุ: ปัจจุบันอัตราโทษปรับทางอาญาได้มีการแก้ไขอัปเดตให้สูงขึ้น ข้อมูลด้านล่างนี้คืออัตราโทษตามกฎหมายปัจจุบันครับ)
ปล่อยสัตว์ไปทำร้ายคนอื่นจนสาหัส (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300): ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ปล่อยสัตว์ดุร้ายเดินเพ่นพ่าน (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377): ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การเลี้ยงสัตว์ให้ความสุขแก่ผู้เลี้ยง แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ การดูแลเอาใจใส่ ไม่ปล่อยปละละเลย และระมัดระวังไม่ให้สัตว์เลี้ยงของเราไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น คือเกราะป้องกันทางกฎหมายที่ดีที่สุดที่จะช่วยรักษาสายสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้าน
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








