นิติบุคคลจัดประชุมลวงโลก ทำไมยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลถึงถูกยกฟ้อง ?

นิติบุคคลจัดประชุมลวงโลก ทำไมยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลถึงถูกยกฟ้อง ?

          ข้อพิพาทภายในนิติบุคคลอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมเกี่ยวกับการจัดประชุมใหญ่และการลงมติ มักเกิดปัญหาความไม่โปร่งใสอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกรณีการรวมรวบเสียงลงคะแนนหรือการมอบฉันทะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของร่วมหลายคนเมื่อพบความผิดปกติเหล่านี้ มักเข้าใจว่าตนเองสามารถยื่นคำร้องขอฝ่ายเดียวต่อศาลเพื่อขอให้สั่งเพิกถอนมติหรือเพิกถอนการประชุมได้ทันทีเสมือนการเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ของบริษัทจำกัดทั่วไป

          ทว่า คำพิพากษาฎีกาที่ 4469/2566 ได้วางแนวทางการตีความสถานะของการประชุมคอนโดที่ "ไม่ครบองค์ประชุมขั้นรุนแรง" ไว้อย่างเด็ดขาด โดยชี้ว่าพฤติการณ์ที่ไม่มีการประชุมกันจริงนั้น ในทางกฎหมายถือว่าการประชุมไม่เคยเกิดขึ้นเลย และผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะมาเลือกใช้วิธีทางลัดในการยื่นคำร้องฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่จะต้องยื่นฟ้องเป็นคดีมีข้อพิพาทต่อศาลตามระบบที่ถูกต้องครับ

 สรุปข้อเท็จจริงในคดี (ปมใบมอบฉันทะลวงโลก)

          คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ผู้ร้อง (เจ้าของร่วมในคอนโด) ได้ยื่นคำร้องขอต่อศาล กล่าวอ้างว่า นิติบุคคลอาคารชุด ส. ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญขึ้นจำนวนสองครั้ง (เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559 และวันที่ 14 พฤษภาคม 2559) แต่การประชุมทั้งสองครั้งนั้นเต็มไปด้วยความไม่ชอบด้วยกฎหมาย

          ความผิดปกติที่ผู้ร้องนำมาอ้างคือ มีเจ้าของร่วมจำนวนมากที่มอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน แต่ในใบมอบฉันทะเหล่านั้นกลับ "ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์" ตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ผู้รับมอบฉันทะไม่มีสิทธิเข้าร่วมประชุมหรือออกเสียงได้ นอกจากนี้ ลายมือชื่อของเจ้าของร่วมในบัญชีรายชื่อก็ไม่มีรายละเอียดระบุแน่ชัดว่าเกี่ยวข้องกับการประชุมอย่างไร รายงานการประชุมใหญ่จึงถือเป็นรายงานเท็จ

          ผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประชุมใหญ่และรายงานการประชุมทั้งสองครั้งนั้นเสีย ซึ่งคดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคต่างมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง คดีจึงขึ้นสู่การพิจารณาของศาลสูง

ประเด็นข้อกฎหมายและการวินิจฉัยของศาลฎีกา

          ศาลล่างทั้งสองเคยพิจารณายกคำร้องโดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 (เรื่องการขอเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ที่ผิดระเบียบภายใน 1 เดือน) แต่ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคได้จัดระเบียบข้อกฎหมายใหม่ โดยมองลึกไปถึง "แก่นแท้" ของการประชุมในครั้งนี้

          ศาลฎีกาชี้ว่า คำร้องของผู้ร้องเท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่า การประชุมใหญ่สามัญดังกล่าวมีผู้มาประชุมซึ่งมีเสียงลงคะแนนรวมกันน้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมด ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 43 แต่เนื่องจาก พ.ร.บ.อาคารชุด ไม่ได้บัญญัติวิธีจัดการกรณีการประชุมที่ฝ่าฝืนไว้ ศาลจึงต้องอาศัยการเทียบเคียงบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 4

          บรรทัดฐานศาลฎีกา การที่นิติบุคคลอาคารชุดจัดประชุมโดยมีเจ้าของร่วมมาไม่ครบองค์ประชุมอย่างรุนแรงเช่นนี้ ในทางกฎหมายถือว่า "การประชุมใหญ่สามัญนั้นมิได้เกิดขึ้นจริงและไม่มีการประชุมกันจริง" มีเพียงแค่การทำตัวเลขและลงมติลอย ๆ เพื่อนำไปใช้อ้างต่อนายทะเบียนในการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น

          เมื่อการประชุมมิได้เกิดขึ้นจริง การมาฟ้องของชร้องจึงไม่ใช่เรื่องการขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ที่ผิดระเบียบตามมาตรา 1195 ที่ต้องฟ้องภายใน 1 เดือนอีกต่อไป แต่ข้อผิดพลาดทางเทคนิคของผู้ร้องคือ การเลือกเดินเกมในศาลโดยการยื่นเป็น "คำร้องขอฝ่ายเดียว (คดีไม่มีข้อพิพาท)" ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 และมาตรา 188 (1)

          ซึ่งกฎหมายวางหลักไว้ว่า การจะยื่นคำร้องฝ่ายเดียวได้นั้น จะต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองสิทธิไว้ชัดเจนว่าให้ทำได้ แต่คดีนี้ไม่มีกฎหมายใดสนับสนุนรับรองสิทธิให้ผู้ร้องมายื่นคำร้องฝ่ายเดียวในลักษณะนี้ได้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเป็นคดีนี้

          ศาลฎีกาจึงแนะนำช่องทางที่ถูกต้องว่า หากผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่จากการประชุมลวงโลกดังกล่าว ผู้ร้องชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจ "โดยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องอย่างคดีมีข้อพิพาท (มีโจทก์มีจำเลย)" ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนให้ยกคำร้องในคดีนี้

บทสรุปและข้อคิดเตือนใจเจ้าของร่วม

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566 เป็นบทเรียนสำคัญในการเลือก "ทางเดินคดี" ของเจ้าของร่วมหรือกรรมการคอนโดมิเนียม ว่าหากจับได้ว่านิติบุคคลคอนโดแอบลักไก่จัดประชุมเงียบ มอบฉันทะไม่ติดอากรแสตมป์ หรือองค์ประชุมไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ห้ามไปยื่นคำร้องขอฝ่ายเดียวต่อศาลให้เพิกถอนเด็ดขาดเพราะศาลจะยกคำร้องทันทีเนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ

          วิธีการที่ถูกต้องคือ คุณต้องทำคำฟ้องอย่างเป็นทางการในฐานะ "โจทก์" ยื่นฟ้อง "นิติบุคคลอาคารชุด" เป็น "จำเลย" เพื่อให้ศาลพิพากษาว่ามตินั้นไม่มีผลผูกพันหรือเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นคดีมีข้อพิพาท การเลือกประเภทคดีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้คุณไม่เสียเวลาและสามารถปกป้องผลประโยชน์ของคอนโดมิเนียมได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 668,584