ถนนหน้าบ้านไม่ใช่ที่จอดรถส่วนตัว ศาลสั่งปรับลูกบ้านจอดรถขวางทางในหมู่บ้านจัดสรร
ถนนหน้าบ้านไม่ใช่ที่จอดรถส่วนตัว ศาลสั่งปรับลูกบ้านจอดรถขวางทางในหมู่บ้านจัดสรร
ปัญหาข้อพิพาทเรื่องการนำรถยนต์มาจอดกีดขวางบนถนนภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ถือเป็นวิกฤตความสัมพันธ์ระดับคลาสสิกที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อยู่อาศัยในสังคมเมืองมาอย่างยาวนาน หลายครอบครัวมักดัดแปลงพื้นที่โรงจอดรถภายในรั้วบ้านไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น เช่น ทำเป็นห้องทำงาน ต่อเติมเป็นห้องนั่งเล่น หรือใช้เก็บสิ่งของ
ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลออกมาจอดเทียบไว้บนพื้นผิวจราจรบริเวณหน้าบ้านของตนเอง พร้อมกับชุดความคิดและความเชื่อที่ส่งต่อกันมาอย่างผิดๆ ว่า พื้นที่ถนนที่อยู่ประชิดแนวรั้วหน้าบ้านถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวของเจ้าของบ้านที่จะครอบครองหรือจอดรถได้โดยชอบธรรม ตราบใดที่ยังเหลือช่องทางให้คันอื่นพอจะเบียดตัวผ่านไปได้ แต่ในทางกฎหมายแล้ว ความเข้าใจดังกล่าวขัดต่อหลักการคุ้มครองทรัพย์สินส่วนกลางอย่างสิ้นเชิง
ข้อพิพาทลักษณะนี้ได้รับการวินิจฉัยและวางแนวทางปฏิบัติไว้อย่างเด็ดขาดในคำพิพากษาของศาลจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อบริษัทเจ้าของโครงการจัดสรรที่ดินในฐานะผู้ดูแลและบริหารจัดการโครงการ ได้ยื่นฟ้องลูกบ้านรายหนึ่งต่อศาลในข้อหาละเมิด เนื่องจากลูกบ้านรายดังกล่าวนำรถยนต์มาจอดบนถนนของโครงการบริเวณหน้าบ้านพักอาศัยเป็นประจำ จนส่งผลกระทบต่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย กีดขวางทัศนวิสัย และริดรอนสิทธิการใช้ทางสัญจรของเพื่อนบ้านรายอื่นในโครงการ
เมื่อพิจารณาในมิติของบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โครงสร้างของหมู่บ้านจัดสรรอยู่ภายใต้การควบคุมของพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ซึ่งตามมาตรา 43 ได้บัญญัติรับรองสถานะไว้อย่างชัดแจ้งว่า สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการจัดสรรที่ดิน เช่น ถนน ทางเท้า สวนสาธารณะ และระบบระบายน้ำ ให้ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลงในโครงการ
กฎหมายจึงห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมนั้นลดไปหรือเสื่อมความสะดวก ดังนั้น พื้นที่ถนนตั้งแต่แนวรั้วบ้านออกไป จึงมีสถานะเป็นทรัพย์สินส่วนกลางที่มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสัญจรไปมาอย่างปลอดภัยและสะดวกสบายร่วมกันของลูกบ้านทุกคน หาใช่พื้นที่จัดสรรส่วนบุคคลของบ้านหลังใดหลังหนึ่งไม่
นอกจากกฎหมายจัดสรรที่ดินแล้ว ในทางแพ่งยังต้องตกอยู่ใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 อันเป็นหลักการทั่วไปเรื่องละเมิด ที่กำหนดว่าผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ประกอบกับมาตรา 421 ซึ่งวางหลักคุ้มครองความสงบในสังคมไว้ว่า การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย
ศาลจังหวัดสมุทรสาครได้ปรับใช้หลักกฎหมายข้างต้นเข้ากับข้อเท็จจริงแห่งคดี โดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยนำรถยนต์มาจอดหน้าบ้านพักอาศัยของตนเอง แม้จะอ้างว่าเป็นบริเวณชิดแนวรั้วบ้าน แต่พื้นที่นอกรั้วทั้งหมดจัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางและสาธารณูปโภคที่มีไว้เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันในการจราจร
การที่จำเลยนำรถมาจอดครอบครองพื้นที่ถนนส่วนกลาง ย่อมขัดต่อวัตถุประสงค์ของภาระจำยอม และเป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงสิทธิในการสัญจรของผู้อยู่อาศัยรายอื่น อันเข้าลักษณะเป็นการใช้สิทธิซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นและตกเป็นการละเมิดตามกฎหมาย
ด้วยเหตุดังกล่าว ศาลจึงมีคำพิพากษาตัดสินห้ามมิให้จำเลยนำรถยนต์มาจอดกั้นขวางบริเวณถนนส่วนกลางของโครงการอีกต่อไป พร้อมทั้งสั่งให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 1,500 บาท และกำหนดให้จำเลยต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยระบุค่าทนายความจำนวน 3,000 บาท ซึ่งการกำหนดค่าเสียหายและค่าทนายความเช่นนี้ แม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงมากนัก แต่มีคุณค่าในทางบรรทัดฐานอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นว่าศาลได้รับรองความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการสูญเสียความสะดวกในการใช้พื้นที่ส่วนกลางครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








