ผู้รับเหมาสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐาน ศาลสั่งปรับลดค่างวด คืนเงิน และลงดาบค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ

ผู้รับเหมาสร้างบ้านไม่ได้มาตรฐาน ศาลสั่งปรับลดค่างวด คืนเงิน และลงดาบค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ

          ปัญหาผู้รับเหมาก่อสร้างทิ้งงาน ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน หรือสร้างบ้านโดยไม่ขอใบอนุญาต เป็นหนึ่งในมหากาพย์ความเดือดร้อนของผู้บริโภคที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งเมื่อเกิดคดีความขึ้นในศาล ผู้ประกอบธุรกิจมักยกข้อต่อสู้ทางเทคนิคกฎหมายเพื่อตัดสิทธิผู้บริโภค ทั้งเรื่องขั้นตอนการยื่นแก้ไขคำให้การในคดีผู้บริโภค และการอ้างคิดเงินค่าจ้างเต็มจำนวนทั้งที่งานยังบกพร่อง แต่ในคดีผู้บริโภคนั้น กฎหมายได้ให้อำนาจศาลไว้อย่างกว้างขวางเพื่อคุ้มครองประชาชนที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ รวมถึงการลงโทษผู้ประกอบธุรกิจที่มีเจตนาเอาเปรียบประชาชนอย่างจริงจัง

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6542/2567 ได้วางบรรทัดฐานสำคัญไว้หลายมิติ ทั้งในแง่เทคนิควิธีพิจารณาความและเนื้อหาความรับผิดทางแพ่ง โดยเรื่องราวเริ่มต้นจากผู้บริโภคได้ว่าจ้างบริษัทจำเลยก่อสร้างบ้านพักอาศัยสองชั้นแบบครบวงจรในราคา 4.84 ล้านบาท พร้อมต่อเติมเพิ่มอีก รวมจ่ายเงินไปแล้วกว่า 3.49 ล้านบาท

          แต่ปรากฏว่าจำเลยกลับเริ่มลงมือก่อสร้างโดยไม่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น และทำงานไม่ได้มาตรฐานอย่างร้ายแรง โครงหลังคาสั่นไหวเมื่อถูกลมพัด ผนังล้มพังหลายรอบ เสริมเหล็กไม่ครบตามแบบ ลดขนาดเหล็ก ไม่เทเสาตอม่อ และกำลังอัดคอนกรีตต่ำกว่ามาตรฐาน จนเสี่ยงเกิดอันตรายแก่ชีวิต เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงมีคำสั่งระงับการก่อสร้างและห้ามใช้อาคาร แม้จะให้โอกาสแก้ไขแบบแปลน จำเลยก็ยังทำไม่ถูกต้อง จนผู้บริโภคต้องจ้างบุคคลภายนอกมาแก้ไขแบบเพื่อขอใบอนุญาตเอง และต้องจ้างผู้รับเหมาใหม่มารื้อแก้และสร้างต่อจนเสร็จ สคบ. จึงเข้าเป็นโจทก์ฟ้องคดีแทนผู้บริโภคเพื่อเรียกเงินคืนและค่าเสียหาย

          ในประเด็นกระบวนพิจารณาเรื่องการขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยนั้น ศาลฎีกาวางหลักสำคัญว่า พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา มิได้บัญญัติเรื่องการแก้ไขคำให้การไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่การพิจารณาคดีผู้บริโภคมีมาตรา 32 บัญญัติเรื่องการแจ้งประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบเป็นการเฉพาะแล้ว ซึ่งแตกต่างจากคดีแพ่งสามัญที่มีการชี้สองสถาน

          ดังนั้น การที่ศาลนัดพร้อมและกำหนดประเด็นข้อพิพาทในคดีผู้บริโภค จึงไม่ถือว่าเป็นการชี้สองสถานตาม ป.วิ.พ. และเมื่อวันนัดพร้อมดังกล่าวไม่ใช่วันนัดสืบพยาน การที่จำเลยยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การในวันนัดพร้อม จึงถือเป็นการยื่นก่อนวันนัดสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วันแล้ว การพิจารณาคำร้องของจำเลยจึงชอบด้วยกระบวนการ

          ส่วนประเด็นเนื้อหาความรับผิด เมื่อสัญญาก่อสร้างเป็นสัญญาจ้างทำของและเมื่อเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 สำหรับค่างวดงานงวดแรกเรื่องค่าออกแบบและเตรียมขอใบอนุญาตก่อสร้างจำนวน 426,000 บาทนั้น เมื่อจำเลยทำแบบแปลนแต่ยังไม่ถูกต้องครบถ้วนจนผู้บริโภคต้องนำไปให้บุคคลภายนอกแก้ไขต่อ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าไม่อาจคิดมูลค่าให้เต็มจำนวนได้ และปรับลดค่าแห่งการงานในงวดนี้ลงเหลือเพียง 350,000 บาท เมื่อนำไปรวมกับงานก่อสร้างส่วนอื่นที่ทำไปแล้วและหักกลบกับเงินที่ผู้บริโภคจ่ายไป จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าจ้างส่วนที่ได้รับเกินไปให้แก่ผู้บริโภคจำนวน 765,000 บาท

          ยิ่งไปกว่านั้น การที่จำเลยเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างและที่ปรึกษาวิศวกรรม ย่อมเป็นธุรกิจที่สร้างความไว้วางใจให้แก่ประชาชน แต่กลับไม่ขอใบอนุญาตก่อสร้างตามกฎหมาย และก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานในส่วนสำคัญหลายจุดจนอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ศาลฎีกาจึงชี้ว่าเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามสัญญา เอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย และฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในวิชาชีพอันเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

          ศาลจึงไม่เพียงแต่สั่งให้จำเลยรับผิดชอบค่าจ้างซ่อมแซมและค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้เข้าอยู่ตามมาตรา 39 เท่านั้น แต่ยังได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 42 กำหนด "ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ" (Punitive Damages) เพิ่มเติมให้จำเลยต้องชดใช้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย เพื่อเป็นการลงโทษและป้องปรามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจก่อสร้างกระทำการเอาเปรียบประชาชนในลักษณะนี้อีก

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นเกราะคุ้มกันสำคัญของผู้บริโภค และเป็นสัญญาณเตือนภัยอันทรงพลังไปยังวงการผู้รับเหมาก่อสร้างว่า การรับงานครบวงจรแต่แอบสร้างโดยไร้ใบอนุญาตหรือลดสเปกวัสดุจนไร้มาตรฐานความปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องผิดสัญญาจ้างทำของธรรมดา แต่ถือเป็นการทำละเมิดที่จงใจเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งนอกจากจะต้องคืนเงินค่าจ้างส่วนเกินและจ่ายค่าซ่อมแก้งานทั้งหมดแล้ว ศาลยังมีอำนาจสั่งลงดาบปรับเงินเป็นค่าเสียหายเชิงลงโทษเพิ่มเข้าไปอีก เพื่อกำราบพฤติกรรมไร้ความรับผิดชอบอย่างเด็ดขาด

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 674,311