ใช้เงินส่วนตัวสร้างบ้านในระหว่างแต่งงาน บ้านเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส
ใช้เงินส่วนตัวสร้างบ้านในระหว่างแต่งงาน บ้านเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส
(คำพิพากษาฎีกาที่ 145/2563)
คดีที่น่าจะเป็นอุทาหรณ์ชิ้นสำคัญสำหรับคู่สมรส โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่า "ทรัพย์สินที่ได้มาหลังจดทะเบียนสมรส ต้องเป็นสินสมรสเสมอไปหรือไม่?" หลายคนมักเข้าใจว่าเมื่อเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสแล้ว ทรัพย์สินทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต้องแบ่งคนละครึ่ง แต่ความจริงในทางกฎหมายยังมีข้อยกเว้นที่สำคัญ ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิขาดในทรัพย์สินนั้นเพียงผู้เดียวครับ
เรื่องราวในคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อภริยา (โจทก์) ได้ใช้เงินเก็บส่วนตัวซื้อที่ดินพร้อมเพลิงพักหลังเล็กๆ ไว้ก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสกับสามี (จำเลย) เพียงหนึ่งเดือนครับ ต่อมาเมื่อทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภริยา ภริยาก็ได้ตัดสินใจรื้อเพลิงพักนั้นออกเพื่อสร้างเป็นบ้านหลังใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม พร้อมทั้งสร้างโรงจอดรถและคอกวัวเพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าว โดยเงินที่นำมาจ่ายค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างทั้งหมด ภริยาได้ถอนออกมาจากบัญชีเงินฝากส่วนตัวที่เธอมีอยู่ก่อนแต่งงานเพียงผู้เดียวครับ
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดแตกหัก ภริยาจึงฟ้องขับไล่สามีและลูกติดของสามีออกจากบ้านหลังนี้ ประเด็นที่ศาลต้องพิจารณาอย่างหนักคือ "บ้านที่สร้างเสร็จในระหว่างสมรสหลังนี้ เป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว"
ในแง่ของกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 วางหลักไว้ว่า ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรสถือเป็น "สินส่วนตัว" และที่สำคัญคือ มาตรา 1472 วรรคหนึ่ง ได้ขยายความไว้ชัดเจนครับว่า หากเรานำสินส่วนตัวไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินอื่น หรือนำเงินที่เป็นสินส่วนตัวไปซื้อทรัพย์สินอื่นมา ทรัพย์สินที่ได้มาใหม่นั้นย่อมยังคงเป็น "สินส่วนตัว" ของฝ่ายนั้นอยู่ครับ
ศาลฎีกาพิจารณาจากพยานหลักฐานพบว่า ภริยาสามารถพิสูจน์เส้นทางการเงินได้อย่างชัดเจนว่าเงินทุกบาทที่ใช้สร้างบ้านมาจากบัญชีเงินเก็บเก่าของเธอ และเมื่อพิจารณาถึงฐานะของสามีในขณะนั้นที่ยังมีหนี้สินติดตัวนับล้านบาท จึงเป็นไปไม่ได้ที่สามีจะมีเงินมาร่วมสร้างบ้านตามที่กล่าวอ้าง
ด้วยเหตุนี้ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า แม้บ้านจะถูกปลูกสร้างขึ้นในระหว่างที่เป็นสามีภริยากัน แต่เมื่อเป็นการนำเงินที่เป็น "สินส่วนตัว" มาเปลี่ยนสภาพเป็นตัวบ้าน บ้านหลังนี้จึงยังคงเป็น สินส่วนตัวของภริยา โดยแท้จริงครับ ผลทางกฎหมายที่ตามมาคือ ภริยาในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียว ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่สามีและบริวารออกจากที่ดินและบ้านได้ รวมถึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการเข้าพักอาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ด้วยครับ
คดีนี้ย้ำเตือนให้เห็นว่า "พยานหลักฐาน" คือสิ่งที่ตัดสินความยุติธรรมครับ การแยกบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินเก็บก่อนแต่งงานไว้ให้ชัดเจน ไม่นำมาปะปนกับรายได้ที่หาได้ร่วมกันหลังสมรส คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาสิทธิในทรัพย์สินของคุณหากเกิดข้อพิพาทในอนาคตครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








