ลูกลักทรัพย์แม่ = ความผิดยอมความได้ ต้องฟ้องหรือร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน

ลูกลักทรัพย์แม่ = ความผิดยอมความได้ ต้องฟ้องหรือร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน ไม่เช่นนั้นขาดอายุความ

          ปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับทรัพย์สินภายในครอบครัว โดยเฉพาะกรณีที่ "บุตรแอบลักทรัพย์ของพ่อแม่" หลายคนเข้าใจว่าความผิดฐานลักทรัพย์ (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334) เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ เจ้าของทรัพย์จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลเมื่อใดก็ได้ตราบเท่าที่ยังไม่ขาดอายุความทั่วไป (10 ปี)

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2566 ได้วางหลักการตีความประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง ไว้อย่างชัดเจน โดยชี้ว่าหากเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ระหว่างคนในครอบครัว กฎหมายเปลี่ยนเจตนารมณ์ให้กลายเป็น "ความผิดอันยอมความได้" ซึ่งบังคับให้ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์หรือยื่นฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดทันที

        คดีนี้โจทก์ (ผู้เป็นแม่) ได้ยื่นฟ้องจำเลย (บุตร/ผู้สืบสันดาน) ในข้อหาลักทรัพย์ รวม 6 กระทง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 12 ปี

          จำเลยได้ยื่นฎีกาสู้คดีในประเด็นข้อกฎหมายว่า "ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ" โดยอ้างว่าเมื่อผู้สืบสันดานลักทรัพย์บุพการี กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ต้องยื่นฟ้องหรือร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิดตามมาตรา 96 แม้จำเลยจะไม่ได้ยกประเด็นอายุความนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มาก่อน แต่เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยจึงมีสิทธิ์ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

          ด้านโจทก์ได้แก้ฎีกาโต้แย้งว่า มาตรา 71 วรรคสอง เป็นเพียง "เหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัว" เนื่องจากความเป็นญาติเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าความผิดฐานลักทรัพย์จะกลายเป็นความผิดอันยอมความได้จนต้องถูกบังคับให้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน

        ศาลฎีกาวินิจฉัยหักล้างข้อแก้ฎีกาของโจทก์อย่างชัดเจน โดยวางบรรทัดฐานการตีความกฎหมายไว้ว่า

  1. เจตนารมณ์ของมาตรา 71 วรรคสอง บทบัญญัตินี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวทางสายโลหิตโดยตรง (ผู้สืบสันดานกระทำต่อบุพการี) กฎหมายประสงค์ให้คู่สัญญาในครอบครัวสามารถปรองดองและให้อภัยแก่กันได้ เพื่อให้กลับมาอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข จึงเปลี่ยนความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานให้กลายเป็น "ความผิดอันยอมความได้" หาใช่เหตุยกเว้นโทษเฉพาะตัวดังเช่นมาตรา 71 วรรคแรก (เช่น สามีกระทำต่อภริยา)
  2. ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายใน 3 เดือน เมื่อกฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้แล้ว ย่อมต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 โดยตรง นั่นคือ โจทก์จะต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนหรือยื่นฟ้องคดีต่อศาล ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด หากเลยกำหนดเวลานี้ คดีเป็นอันขาดอายุความสิทธิผู้เสียหายในการฟ้องร้องย่อมตกไป
  3. ผลการพิจารณาในคดีนี้ เมื่อศาลฎีกาตรวจสอบข้อเท็จจริงในสำนวนแล้ว พบว่าโจทก์ได้ไปร้องทุกข์ภายในกำหนดเวลา 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวว่าจำเลยเป็นคนลักทรัพย์แล้ว ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

นอกจากนี้ แม้ความผิดของจำเลยจะเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 71 วรรคสอง ซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ แต่เมื่อจำเลยไม่ได้ฎีกาโต้แย้งขอให้ลดโทษ และศาลฎีกาเห็นว่าโทษจำคุก 12 ปีที่ศาลล่างกำหนดมาเหมาะสมแก่พฤติการณ์แล้ว จึงพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามเดิม

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4925/2566 เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับเรื่องมรดกและทรัพย์สินในครอบครัว ว่าหากคนในครอบครัวลักทรัพย์กันเท่ากับยอมความได้ จะต้องรีบไปแจ้งความร้องทุกข์หรือยื่นฟ้องต่อศาล ภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่รู้ว่าของหายและรู้ว่าใครเป็นคนทำ หากปล่อยไว้จนเลย 3 เดือน จะไม่สามารถฟ้องคดีอาญาได้อีกต่อไปเพราะคดีขาดอายุความครับ

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 668,972