สำคัญผิดในราคา อ้างสัญญาเป็นโมฆะได้หรือไม่

สำคัญผิดในราคา อ้างสัญญาเป็นโมฆะได้หรือไม่

(คำพิพากษาฎีกาที่ 6103/2545)

          คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจลูกหลานที่มีผู้สูงอายุในครอบครัวครับ เป็นเรื่องราวของคุณยายท่านหนึ่งที่อายุมากถึง 79 ปี อ่านเขียนหนังสือไม่ได้ และยังมีอาการสมองเสื่อมตามวัย แต่คุณยายต้องทำหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดกเพื่อขายที่ดิน น.ส.3 ก. ผืนใหญ่ในจังหวัดชลบุรี จนกลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์อย่างเจ็บแสบครับ

          เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณยายตกลงขายที่ดินผืนนี้ในราคาที่เหมาะสมกับท้องตลาดคือ 52,000,000 บาท แต่ในวันจดทะเบียน กลุ่มนายหน้ากลับใช้อุบายหลอกพบคุณยายเพียงลำพังที่สำนักงานที่ดิน แล้วอาศัยความไม่รู้หนังสือของคุณยาย จับมือท่านพิมพ์ลายนิ้วมือในเอกสารหลายฉบับ โดยหลอกว่าเป็นการขายตามราคาที่ตกลงกันไว้ แต่ความจริงกลับปรากฏในภายหลังว่า เอกสารเหล่านั้นระบุราคาขายเพียง 4,000,000 บาทเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว แถมวันรุ่งขึ้นผู้ซื้อยังแอบนำที่ดินไปจำนองต่อกับธนาคารทันที โดยที่คุณยายไม่ได้รับเงินค่าที่ดินเลยแม้แต่บาทเดียวครับ

          ในทางกฎหมาย คดีนี้มีการสู้กันอย่างเข้มข้นครับว่า สัญญาดังกล่าวจะมีผลอย่างไร? เพราะฝั่งจำเลยอ้างว่าคุณยายเซ็นชื่อ (พิมพ์ลายนิ้วมือ) ไปแล้ว ย่อมต้องผูกพันตามสัญญา แต่ศาลฎีกาท่านมองลึกไปถึง "เจตนา" ครับ ท่านวินิจฉัยว่าโดยปกติแล้ว "ราคา" ของทรัพย์สินอาจไม่ใช่สาระสำคัญในทุกกรณี แต่สำหรับคดีนี้ ราคาที่ตกลงกัน 52 ล้าน กับราคาในสัญญา 4 ล้านนั้นมีความแตกต่างกันมหาศาล และราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจขายที่ดินผืนนี้

          การที่คุณยายถูกหลอกให้ทำสัญญาในราคาที่ต่ำผิดปกติเช่นนี้ จึงถือว่าคุณยายได้แสดงเจตนาทำนิติกรรมโดย "สำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม" ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 ครับ สิ่งที่น่าสนใจและเป็นบรรทัดฐานสำคัญคือ คดีนี้เข้าข่ายทั้งการถูกหลอกลวง (กลฉ้อฉลตามมาตรา 159) และการสำคัญผิดในสาระสำคัญ (มาตรา 156) ในเวลาเดียวกัน ซึ่งโดยปกติผลทางกฎหมายจะต่างกันครับ (โมฆียะ vs โมฆะ) แต่ศาลฎีกาวางหลักไว้ว่า เมื่อนิติกรรมเกิดจากทั้งสองกรณีพร้อมกัน ต้องถือว่านิติกรรมนั้นเป็น "โมฆะ" มาตั้งแต่ต้นครับ เพราะเป็นผลดีต่อผู้ที่ถูกหลอกลวงมากที่สุด เสมือนว่าสัญญานั้นไม่เคยเกิดขึ้นเลย

          บทสรุปของคดีนี้ ศาลจึงพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายทั้งหมด รวมถึงเพิกถอนการจำนองกับธนาคารด้วย และให้คืนที่ดินกลับมาสู่กองมรดกที่คุณยายดูแลอยู่ตามเดิมครับ คดีนี้สอนให้เรารู้ว่า ลายพิมพ์นิ้วมือนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์และอันตรายไม่แพ้ลายเซ็น และสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่รู้หนังสือ ความเป็นธรรมตามกฎหมายยังคงมีช่องทางคุ้มครองเสมอ หากเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าเจตนาที่แท้จริงนั้นถูกบิดเบือนไปอย่างสิ้นเชิงครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว

 

Visitors: 664,355