ที่ดินตาบอดจะขอเปิดทางจำเป็น ตามใจชอบไม่ได้ ศาลชี้ต้องเลือกทางที่เพื่อนบ้านเสียหายน้อยสุด

ที่ดินตาบอดจะขอเปิดทางจำเป็น ตามใจชอบไม่ได้ ศาลชี้ต้องเลือกทางที่เพื่อนบ้านเสียหายน้อยสุด

          เจ้าของที่ดินตาบอดจำนวนมากมักเข้าใจผิดว่า เมื่อที่ดินของตนเองถูกปิดล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะแล้ว ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายที่จะเลือกชี้เอาทางเปิดผ่านที่ดินแปลงใดก็ได้ตามความสะดวกของตนเอง หรือเลือกเจาะทะลุแปลงที่ใกล้ที่สุดโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของเพื่อนบ้าน แต่ในความเป็นจริงของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักการเปิด "ทางจำเป็น" มิได้มุ่งเน้นที่ความสะดวกสบายของผู้ขอผ่านเป็นหลัก หากแต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความจำเป็นกับการจำกัดความเสียหายของที่ดินแปลงที่ถูกล้อมให้เหลือน้อยที่สุดด้วย

          ประเด็นข้อพิพาทนี้ได้รับการวินิจฉัยชี้ขาดไว้อย่างลึกซึ้งในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3408/2551 เรื่องราวเกิดขึ้นจากโจทก์ได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งมาจากนายเสงี่ยม ซึ่งที่ดินแปลงนี้ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 และพวก เพื่อขอเปิดทางจำเป็นผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 ออกสู่ถนนสาธารณะ โดยอ้างว่าเคยใช้ทางเส้นนี้มาก่อน แต่จำเลยที่ 1 ได้นำแผ่นสังกะสีมาปิดกั้นทาง

          ฝ่ายจำเลยที่ 1 จึงต่อสู้ว่า ที่ดินของโจทก์แบ่งแยกมาจากที่ดินแปลงเดิมของนายเสงี่ยม จึงต้องไปขอเปิดทางผ่านที่ดินแปลงเดิมตามมาตรา 1350 โดยไม่ต้องเสียค่าทดแทน จะมาฟ้องเปิดทางผ่านที่ดินของจำเลยไม่ได้ และโจทก์ยังมีทางออกสู่ทางสาธารณะสายอื่นได้อีกหลายทางโดยที่เจ้าของที่ดินเหล่านั้นมิได้หวงห้าม การที่โจทก์มาบังคับเปิดทางผ่านที่ดินของตนจะทำให้ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหลังบ้านจนได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

          ศาลฎีกาได้แยกวินิจฉัยข้อกฎหมายออกเป็นสองประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือเรื่องการแบ่งแยกที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 ศาลวางหลักไว้ว่า การจะบังคับใช้มาตรา 1350 เพื่อขอผ่านทางเฉพาะแปลงที่แบ่งแยกโดยไม่ต้องเสียค่าทดแทนได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ "ที่ดินแปลงเดิมมีทางออกสู่ทางสาธารณะอยู่แล้ว" แต่เมื่อแบ่งแยกหรือแบ่งโอนกัน จึงทำให้แปลงย่อยกลายเป็นที่ดินตาบอด

          แต่ในคดีนี้ ที่ดินแปลงเดิมของนายเสงี่ยมก็เป็นที่ดินที่ถูกแปลงอื่นปิดล้อมมาตั้งแต่ต้น การที่นายเสงี่ยมเคยเดินผ่านที่ดินของผู้อื่นออกสู่ทางสาธารณะได้ เป็นเพราะเขาอาศัยความยินยอมของเพื่อนบ้าน มิใช่เป็นสิทธิทางกฎหมาย จึงต้องถือว่าที่ดินแปลงเดิมไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะแต่แรก กรณีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 1350 แต่เป็นกรณีที่ดินตาบอดทั่วไปที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 1349 ซึ่งเจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมมีสิทธิขอผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่แปลงใดก็ได้ไปสู่ทางสาธารณะ

          อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่สอง ศาลฎีกาได้นำบทบัญญัติแห่งมาตรา 1349 วรรคสาม มาเป็นเกณฑ์ชี้ขาดสำคัญ ซึ่งระบุไว้ชัดแจ้งว่า ที่และวิธีทำทางผ่านนั้น ต้องเลือกให้พอควรแก่ความจำเป็นของผู้มีสิทธิจะผ่าน และต้องคำนึงถึงที่ดินที่ล้อมอยู่ให้ได้รับความเสียหายแต่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จากทางนำสืบปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้อีกหลายเส้นทาง ทั้งผ่านที่ดินของนายเสงี่ยมไปออกที่ดินของนางดอกไม้ หรือผ่านที่ดินของเพื่อนบ้านทางทิศเหนือ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นก็ยินยอมและไม่เคยหวงห้ามให้โจทก์สัญจร แต่ทางพิพาทที่โจทก์ฟ้องขอเปิดผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 นั้น หากบังคับให้เปิดทาง จำเลยที่ 1 จะต้องรื้อถอนบริเวณหลังบ้านด้านทิศตะวันออกทิ้ง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายอย่างมากแก่จำเลยที่ 1

          ศาลฎีกาจึงเห็นว่า การที่โจทก์พยายามจะเปิดทางผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 ทั้งที่มีทางออกอื่นที่ใช้การได้โดยไม่มีใครหวงห้าม เพียงเพื่อความสะดวกส่วนตัวของโจทก์ฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงว่าจำเลยที่ 1 จะต้องรื้อบ้านและเสียหายหนักนั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายมาตรา 1349 วรรคสาม และถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยตัดสินยกฟ้องโจทก์ ไม่บังคับให้จำเลยที่ 1 ต้องเปิดทางจำเป็นให้

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นแนวทางเตือนใจสำหรับผู้ครอบครองที่ดินตาบอดว่า แม้กฎหมายจะเปิดโอกาสให้มีทางออกสู่โลกภายนอกได้ แต่สิทธิดังกล่าวไม่ได้ไร้ขอบเขต การเลือกจุดเปิดทางต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนเสียหายของเจ้าของที่ดินข้างเคียงเป็นสำคัญ หากมีทางอื่นที่เดินออกได้สะดวกพอสมควรอยู่แล้ว จะมาเลือกฟ้องเจาะจงแปลงที่ทำให้เพื่อนบ้านต้องรื้อถอนบ้านเรือนหรือเสียหายยับเยินไม่ได้ เพราะศาลจะมองว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและยกฟ้องทันที

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 675,757