แอบแจ้งโฉนดหาย ออกใบแทนฮุบมรดกขาย ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนยกชุด-ตัดสิทธิมรดก

แอบแจ้งโฉนดหาย ออกใบแทนฮุบมรดกขาย ศาลฎีกาสั่ง "เพิกถอนยกชุด-ตัดสิทธิมรดก!"

          ปัญหาผู้จัดการมรดกหรือทายาทบางคนแอบเล่นไม่ซื่อ รู้ว่าโฉนดที่ดินของพ่ออยู่กับภรรยาหลวงหรือทายาทคนอื่น แต่กลับอาศัยช่องว่างทางกฎหมายไปแจ้งความเท็จว่าโฉนดสูญหาย เพื่อขอออก "ใบแทนโฉนดที่ดิน" แล้วรีบจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกมาเป็นชื่อตนเอง ก่อนจะนำไปขายต่อให้บุคคลภายนอกอย่างรวดเร็ว

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2630/2567 ได้วางแนวบรรทัดฐานสำคัญในการลงดาบพฤติกรรมยักย้ายถ่ายเทมรดก ทั้งการสั่งเพิกถอนใบแทนโฉนด เพิกถอนนิติกรรมการขายต่อ และตัดสิทธิทายาทจอมแสบไม่ให้รับมรดกในส่วนนั้นอย่างเด็ดขาด!

สรุปพฤติการณ์แห่งคดี

          เริ่มจากที่ดินมรดกและคู่พิพาท: นายประเสริฐ (ผู้ตาย) ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม มีที่ดินมรดก 1 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 63 ตารางวา มีบ้านพักอาศัยอยู่บนที่ดิน โดยโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย (ถือโฉนดตัวจริงไว้) ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นบุตรของผู้ตายกับภริยาเดิมซึ่งอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท

     ทั้งสองฝ่ายเคยเจรจาเรื่องแบ่งที่ดินแต่ตกลงกันไม่ได้ จำเลยที่ 1 จึงรู้ดีว่าโฉนดตัวจริงอยู่กับโจทก์ แต่จำเลยที่ 1 กลับไปแจ้งความต่อตำรวจว่า "โฉนดที่ดินและมรณบัตรสูญหาย" แล้วนำใบแจ้งความไปร้องขอต่อศาลตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก จากนั้นไปขอออก ใบแทนโฉนดที่ดิน จากสำนักงานที่ดิน

     หลังได้ใบแทนโฉนดมา จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนโอนที่ดินทั้งแปลงมาเป็นชื่อตนเองในฐานะส่วนตัว และเพียง 2 เดือนเศษต่อมา ก็รีบขายที่ดินส่วนหนึ่งเนื้อที่ 200 ตารางวา ให้แก่ จำเลยที่ 2 ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 2 ได้แบ่งแยกเป็นโฉนดใหม่ และรีบโอนต่อให้บุตรผู้เยาว์ของตนทันทีหลังจากจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องคดีอาญา

     ต่อมาโจทก์ฟ้องคดีอาญาจนศาลฎีกาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ฐานแจ้งความเท็จ (รอลงอาญา) และโจทก์นำคดีแพ่งนี้มาฟ้องขอเพิกถอนใบแทนโฉนด เพิกถอนการโอนขาย เพิกถอนโฉนดที่แบ่งแยก ขับไล่จำเลย และขอให้กำจัดจำเลยที่ 1 มิให้รับมรดก

ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายสำคัญ 4 ประเด็น ดังนี้

1. ถูกกำจัดมิให้รับมรดก ฐานยักย้ายปิดบังทรัพย์มรดก (ป.พ.พ. มาตรา 1605)

          พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 แจ้งความเท็จขอออกใบแทนโฉนด โอนมาเป็นชื่อตัวเอง และรีบขายที่ดิน 200 ตารางวา ให้จำเลยที่ 2 โดยโจทก์ไม่ทราบเรื่อง ชี้ชัดว่ามีเจตนายักย้ายปิดบังทรัพย์มรดกโดยฉ้อฉลเพื่อประโยชน์ตนเพียงฝ่ายเดียว จำเลยที่ 1 จึงต้องถูกกำจัดมิให้ได้รับมรดกเฉพาะในส่วนที่ดิน 200 ตารางวาที่ยักย้ายไป โดยให้นำที่ดินส่วนนี้กลับคืนเข้าสู่กองมรดกเพื่อแบ่งแก่ทายาทอื่นต่อไป

2. คดีไม่ขาดอายุความมรดก 1 ปี เพราะเป็นการ "ครอบครองแทนทายาท"

          จำเลยที่ 1 อ้างว่าโจทก์ฟ้องเกิน 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย คดีขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่ยังจัดการแบ่งปันกันไม่แล้วเสร็จ การที่จำเลยที่ 1 ครอบครองทำประโยชน์ ย่อมถือเป็นการ "ครอบครองแทนโจทก์และทายาททุกคน"

     แม้จะแอบโอนขาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยนเจตนาการยึดถือตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 ไปยังทายาททุกคน จึงยังถือว่าครอบครองแทนทายาทอื่นอยู่ จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจยกอายุความมรดก 1 ปีขึ้นต่อสู้ได้ คดีของโจทก์ ไม่ขาดอายุความ

3. ใบแทนโฉนดออกโดยมิชอบ ต้องเพิกถอน (โฉนดตัวจริงยังสมบูรณ์)

          เมื่อข้อเท็จจริงในคดีอาญาฟังยุติว่าจำเลยที่ 1 แจ้งความเท็จว่าโฉนดหาย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าโฉนดตัวจริงอยู่กับโจทก์ ใบแทนโฉนดที่ดินจึงออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 63 โฉนดตัวจริงที่โจทก์ถืออยู่จึงไม่ถูกยกเลิก และศาลสั่งให้ เพิกถอนใบแทนโฉนดที่ดิน ดังกล่าว

4. ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน (เพิกถอนการขายให้จำเลยที่ 2)

     เมื่อใบแทนโฉนดออกมาโดยมิชอบ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีสิทธินำไปทำนิติกรรมขายให้แก่จำเลยที่ 2

     พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ซื้อที่ดินโดยเห็นอยู่แล้วว่าเป็นใบแทนโฉนด และรีบโอนต่อให้บุตรผู้เยาว์ของตนหลังจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องอาญา แสดงว่าจำเลยที่ 2 รู้อยู่แล้วว่าการซื้อขายไม่สุจริต แม้จะเสียเงินซื้อก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามหลัก "ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน"

     ศาลจึงสั่ง เพิกถอนการจดทะเบียนโอนขาย และเพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงใหม่ (เลขที่ 68594) ทั้งหมด พร้อมสั่งให้จำเลยที่ 2 รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายบริวารออกจากที่ดินทันทีครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

Visitors: 670,050