คนนอกเซ็นชื่อเป็นลูกหนี้ร่วมในสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลฎีกาชี้ยึดทรัพย์ได้ทันทีไม่ต้องฟ้องใหม่
คนนอกเซ็นชื่อเป็นลูกหนี้ร่วมในสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลฎีกาชี้ยึดทรัพย์ได้ทันทีไม่ต้องฟ้องใหม่
ในการดำเนินคดีแพ่งชั้นศาล บ่อยครั้งที่คู่ความเลือกจะยุติข้อพิพาทด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และหลายกรณีจำเลยมักจะดึงบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง หุ้นส่วน หรือผู้มีทรัพย์สิน เข้ามาร่วมลงชื่อผูกพันตนเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่โจทก์ว่าจะมีหลักประกันในการชำระหนี้
จนเกิดเป็นประเด็นข้อสงสัยในทางปฏิบัติว่า บุคคลภายนอกที่ไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยมาตั้งแต่แรกเริ่ม เมื่อเข้ามาร่วมลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว หากในเวลาต่อมาเกิดการผิดนัดไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา เจ้าหนี้จะสามารถขอออกหมายบังคับคดีแก่บุคคลภายนอกผู้นั้นได้ทันที หรือจะต้องเสียเวลานำสัญญาดังกล่าวไปยื่นฟ้องร้องเป็นคดีใหม่
ประเด็นข้อกฎหมายสำคัญนี้ได้รับการวินิจฉัยวางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดเจนในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3787/2564 เรื่องราวเริ่มต้นจากคดีที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระบุว่า จำเลยได้นำ ส. เข้ามาเป็นลูกหนี้ร่วม โดยตกลงร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 3,600,000 บาท
ซึ่งในข้อตกลง ส. ตกลงจะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอาคาร 3 ชั้น ให้แก่โจทก์ภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันทำสัญญา และจำเลยยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาทจนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์แล้วเสร็จ ทั้งยังตกลงกันไว้ชัดแจ้งว่า หากจำเลยและ ส. ลูกหนี้ร่วมผิดสัญญา ให้ถือว่าผิดนัดและยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันทีพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ต่อมาเมื่อถึงกำหนดเวลา ส. กลับเพิกเฉยไม่ยอมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้ โจทก์จึงยื่นคำขอต่อศาลเพื่อขอออกหมายบังคับคดีแก่ ส. ทันที แต่ ส. พยายามโต้แย้งว่าตนเป็นเพียงบุคคลภายนอก มิใช่คู่ความที่ถูกฟ้องร้องมาแต่แรก
ศาลฎีกาได้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา โดยเฉพาะมาตรา 274 วรรคหนึ่ง ซึ่งได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 และมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2560
โดยกฎหมายบทใหม่ได้บัญญัตินิยามครอบคลุมไปถึงกรณีที่บุคคลซึ่งศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ชำระหนี้ ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาล ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะร้องขอให้มีการบังคับคดีได้ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดีในวันที่ 20 มีนาคม 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่กฎหมายมาตรา 274 แก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว การบังคับคดีในคดีนี้จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายฉบับแก้ไขใหม่ดังกล่าว
ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดว่า แม้ ส. จะเป็นบุคคลภายนอกและไม่ได้เป็นคู่ความที่ถูกโจทก์ยื่นฟ้องมาแต่แรกเริ่มก็ตาม แต่การที่ ส. แสดงเจตนายินยอมเข้ามาในคดีด้วยความสมัครใจ โดยตกลงยอมรับผิดตามสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างลูกหนี้ร่วม และได้ลงลายมือชื่อผูกพันตนว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์อย่างเป็นทางการ สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมของศาลจึงมีผลผูกพัน ส. ในฐานะเป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้ หรือตกอยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามนัยของกฎหมายโดยตรง ดังนั้น เมื่อ ส. ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงมีสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายที่จะร้องขอให้ออกหมายบังคับคดี ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของ ส. ได้ทันทีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องนำมูลหนี้ไปฟ้องร้องเป็นคดีใหม่อีกต่อไป
คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นอุทาหรณ์และบทเรียนข้อกฎหมายที่สำคัญยิ่งสำหรับบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นญาติ พี่น้อง หรือมิตรสหาย ที่คิดจะเข้าไปช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยคดีความให้แก่ผู้อื่น การยอมลงลายมือชื่อผูกพันตนเป็นลูกหนี้ร่วมในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลมีคำพิพากษาตามยอมนั้น มีผลร้ายแรงเทียบเท่ากับการเป็นจำเลยที่แพ้คดีในศาลทุกประการ หากลูกหนี้ตัวจริงไม่ยอมจ่าย ตัวผู้ร่วมเซ็นชื่อในฐานะลูกหนี้ร่วมย่อมกลายเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาทันที และอาจต้องถูกเจ้าหนี้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้าน ยึดที่ดิน หรืออายัดเงินเดือนออกขายทอดตลาดได้โดยตรงโดยไม่มีโอกาสได้แก้ตัวในคดีใหม่อีกเลย
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








