ไอ้สันดานหมา ด่าแบบนี้ผิดหมิ่นประมาทไหม
ไอ้สันดานหมา ด่าแบบนี้ผิดหมิ่นประมาทไหม
ในโลกของความขัดแย้ง "ถ้อยคำ" มักเป็นอาวุธชนิดแรกที่ถูกนำมาใช้โจมตีฝ่ายตรงข้าม หลายคนอาจคิดว่าการสบถด่าด้วยคำหยาบคายรุนแรงต่อหน้าสาธารณชน คือการทำลายชื่อเสียงที่ต้องได้รับโทษในฐานหมิ่นประมาท แต่ในความเป็นจริงของโลกกฎหมาย เส้นแบ่งระหว่าง การหมิ่นประมาท กับ การดูหมิ่น นั้นมีความละเอียดอ่อนและลึกซึ้งกว่าที่ตาเห็น ดังเช่นกรณีศึกษาที่น่าสนใจจาก คำพิพากษาฎีกาที่ 3073/2565
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในพื้นที่ควบคุมอารมณ์ที่ยากที่สุดแห่งหนึ่ง นั่นคือ "สถานีตำรวจ" เมื่อญาติพี่น้องที่ควรจะหันหน้าเข้าหากันกลับต้องมาเผชิญหน้ากันในห้องไกล่เกลี่ย ความขุ่นเคืองสะสมจากการที่ฝ่ายหนึ่งแจ้งความดำเนินคดีกับหลานชายของอีกฝ่าย ทำให้ฟิวส์แห่งความอดทนขาดสะบั้นลง จำเลยในคดีนี้จึงระเบิดอารมณ์ใส่โจทก์ด้วยถ้อยคำที่บาดลึกว่า อย่าเข้าไปในบ้านพ่อกูอีกนะ มันไล่ด่าชาวบ้านเขาไปทั่ว ไอ้สันดานหมา!
คดีนี้เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในข้อหา หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งในเบื้องต้นจำเลยได้ให้การรับสารภาพต่อศาลชั้นต้น แต่แล้วเรื่องราวกลับพลิกผัน เมื่อคดีเดินทางไปถึงศาลสูงและนำมาซึ่งข้อสรุปที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงนั่นคือ ศาลพิพากษายกฟ้อง
ทำไมคำด่าที่รุนแรงถึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ศาลฎีกาได้วางบรรทัดฐานไว้อย่างคมชัดว่า หัวใจสำคัญของความผิดฐานหมิ่นประมาทคือการ ใส่ความ หรือการยืนยันข้อเท็จจริงในประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง เมื่อพิจารณาคำว่า ไอ้สันดานหมา ศาลท่านมองว่าคำว่าสันดานหมายถึงอุปนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด การที่จำเลยเปล่งวาจานี้ออกมาท่ามกลางความโกรธแค้นในวงล้อมของพนักงานสอบสวนและญาติพี่น้อง มิใช่การมุ่งหมายจะยืนยันพฤติกรรมหรือข้อเท็จจริงให้คนอื่นเชื่อว่าโจทก์มีลักษณะเช่นนั้นจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของวิญญูชนหรือคนธรรมดาทั่วไป ย่อมไม่มีใครเชื่อว่ามนุษย์จะมีสันดานเป็นสัตว์ได้จริง ศาลจึงมองว่าเป็นเรื่องที่ เป็นไปไม่ได้ เมื่อเป็นไปไม่ได้ ถ้อยคำดังกล่าวจึงไม่ถึงขนาดที่จะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังตามนิยามของมาตรา 326 แต่เป็นเพียงการด่าทอเพื่อระบายอารมณ์ไม่พอใจเท่านั้น
จุดสำคัญที่นักกฎหมายต้องตระหนัก การรับสารภาพที่ไร้ความผิด ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของคดีนี้คือ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพไปแล้วในตอนแรก แต่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ได้คุ้มครองสิทธิของประชาชนไว้ว่า หากศาลเห็นว่าการกระทำตามฟ้องนั้น ไม่เป็นความผิดทางกฎหมาย ศาลย่อมมีอำนาจและหน้าที่ต้องยกฟ้อง จะลงโทษบุคคลในสิ่งที่กฎหมายไม่ถือว่าเป็นความผิดไม่ได้เด็ดขาด
บทสรุปของคดีนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ความโกรธเป็นเหตุแห่งความพินาศ แม้ในกรณีนี้จำเลยจะรอดพ้นจากโทษฐานหมิ่นประมาทไปได้ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าการด่าคนอื่นจะไร้ความผิด เพราะถ้อยคำหยาบคายเช่นนี้ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐาน ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า ซึ่งมีโทษทางอาญาเช่นกัน เพียงแต่ในคดีนี้โจทก์เลือกฟ้องผิดฐานมาตั้งแต่ต้น
การเข้าใจในข้อเท็จจริงและองค์ประกอบของกฎหมายอย่างถ่องแท้ จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ทั้งสำหรับผู้ที่คิดจะใช้สิทธิทางศาล และผู้ที่ต้องตกเป็นจำเลยในคดีความ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








