โอนทรัพย์ให้คู่สมรสหนีหนี้แบงก์ เป็นโกงเจ้าหนี้ไหม

โอนทรัพย์ให้คู่สมรสหนีหนี้แบงก์ เป็นโกงเจ้าหนี้ไหม

(คำพิพากษาฎีกาที่ 5328/2568)

          หลายคนมักเข้าใจว่า เมื่อเราถูกฟ้องหรือกำลังจะถูกยึดทรัพย์ หากมีการโอนชื่อในโฉนดหนีไปให้คนอื่น โดยเฉพาะคนในครอบครัว จะต้องมีความผิดฐาน "โกงเจ้าหนี้" และต้องติดคุกเสมอไป แต่ความจริงในโลกกฎหมายนั้นมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณามากกว่าแค่การเปลี่ยนชื่อครับ

          เรื่องราวในคดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อจำเลยที่ 1 เป็นหนี้ธนาคารอยู่หลักล้านครับ เมื่อไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา ธนาคารจึงดำเนินการบังคับคดีและเตรียมจะยึดที่ดินพร้อมบ้านแปลงหนึ่งซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว แต่เพียงวันเดียวก่อนจะถูกยึด จำเลยที่ 1 กลับจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงนี้ไปให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้อง ธนาคารจึงมองว่านี่คือการยักย้ายถ่ายเททรัพย์เพื่อหนีหนี้ชัด ๆ จึงยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหา โกงเจ้าหนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ครับ

          ประเด็นที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยและวางบรรทัดฐานไว้ในคดีนี้คือ การโอนทรัพย์สินชิ้นนี้ทำให้เจ้าหนี้เสียหายจนไม่ได้รับชำระหนี้จริงหรือไม่? ศาลท่านพิจารณาจากข้อเท็จจริงพบว่า ที่ดินและบ้านแปลงนี้จำเลยทั้งสองร่วมกันจองและทำสัญญาซื้อขายมาหลังจากจดทะเบียนสมรสกันแล้ว แม้ในเอกสารจะมีชื่อสามีเพียงคนเดียว แต่ในทางกฎหมายแพ่ง ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสย่อมถือเป็น "สินสมรส" ของทั้งคู่ครับ

          จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับครับ เมื่อทรัพย์สินนั้นเป็นสินสมรส กฎหมายอนุญาตให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสามารถยึดไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ว่าชื่อในโฉนดจะเป็นของสามี หรือจะโอนเปลี่ยนเป็นชื่อของภรรยา สิทธิของธนาคารในการ "ยึดทรัพย์ชิ้นนี้" ก็ไม่ได้ลดน้อยลงหรือหายไปเลยครับ ธนาคารยังคงตามไปยึดที่ดินแปลงเดิมนี้มาขายทอดตลาดได้เหมือนเดิมทุกประการ

          ศาลฎีกาจึงมองว่า เมื่อการโอนชื่อไม่ได้ทำให้สิทธิของเจ้าหนี้เสียหาย และเจ้าหนี้ยังคงบังคับคดีกับทรัพย์สินชิ้นเดิมได้อยู่ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงขาดองค์ประกอบความผิดตาม มาตรา 350 ที่ระบุว่าต้องเป็นการโอนไป "เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้" เมื่อเจ้าหนี้ยังยึดได้เหมือนเดิม ก็เท่ากับว่าลูกหนี้ไม่ได้มีเจตนาโกงหรือทำให้นโยบายการรับชำระหนี้เสียไป ศาลจึงพิพากษายกฟ้องในคดีอาญาครับ

          คดีนี้สอนให้เรารู้ว่า การโอนทรัพย์สินในระหว่างถูกบังคับคดีจะผิดอาญาหรือไม่ ต้องดูที่ "ผลกระทบต่อเจ้าหนี้" เป็นสำคัญครับ หากทรัพย์นั้นเป็นสินสมรสที่เจ้าหนี้มีสิทธิยึดได้อยู่แล้ว การเปลี่ยนชื่อภายในครอบครัวอาจไม่เป็นความผิดอาญา อย่างไรก็ตาม ผมไม่แนะนำให้ลูกหนี้เสี่ยงทำแบบนี้โดยไม่มีที่ปรึกษากฎหมายนะครับ เพราะหากทรัพย์นั้นไม่ใช่สินสมรส หรือการโอนทำให้เจ้าหนี้ติดตามทรัพย์ได้ยากขึ้น ลายเซ็นในโฉนดวันนั้นอาจกลายเป็นตั๋วไปเรือนจำได้ทันทีครับ

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว

 

Visitors: 664,393