โพสต์เฟซด่าลอยๆ ไม่เอ่ยชื่อ แต่อ่านแล้วรู้ว่าใคร ศาลฎีกาสั่งจำคุกจริง

โพสต์เฟซด่าลอยๆ ไม่เอ่ยชื่อ แต่อ่านแล้วรู้ว่าใคร ศาลฎีกาสั่งจำคุกจริง

          ในโลกโซเชียลมีเดีย หลายคนมักใช้วิธีการโพสต์ข้อความระบายอารมณ์ เหน็บแนม หรือด่าทอผู้อื่นโดยตั้งใจละเว้นการระบุชื่อจริงหรือนามสกุล เพราะเชื่อมั่นในความเข้าใจผิดที่ส่งต่อกันมาว่า หากไม่เอ่ยชื่อตรงๆ ย่อมไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท และกฎหมายจะไม่สามารถเอาผิดได้ แต่ในความเป็นจริงของกระบวนการยุติธรรม ศาลมิได้พิจารณาเพียงแค่มีชื่อปรากฏอยู่ในข้อความหรือไม่ หากแต่พิจารณาจากบริบทแวดล้อมทั้งหมดว่าบุคคลทั่วไปที่รู้จักคู่กรณีเมื่อได้อ่านแล้วสามารถรู้และเข้าใจได้ทันทีหรือไม่ว่าหมายถึงใคร หากเชื่อมโยงได้ชัดเจน ผู้โพสต์ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดทางอาญาและทางแพ่งได้เลย

          คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7497/2568 เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนที่สุดในเรื่องนี้ เรื่องราวเริ่มต้นจากจำเลยได้ใช้เฟซบุัญชีส่วนตัวซึ่งตั้งค่าการมองเห็นเป็นสาธารณะ โพสต์ข้อความด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรงหลายประการ โดยแม้จะไม่ได้ระบุชื่อของผู้เสียหาย แต่ได้ระบุรายละเอียดเฉพาะเจาะจง เช่น การพูดถึงอาการป่วยด้วยโรคมะเร็ง การประกอบอาชีพขายของเร่ร่อน การทวงเงินดาวน์รถ 50,000 บาท รวมถึงการใส่ความด้วยข้อความรุนแรงว่าเคยเป็นหญิงโสเภณีมาก่อน เมื่อคนรู้จักของผู้เสียหายได้อ่านข้อความดังกล่าวก็เข้าใจได้ทันทีว่าจำเลยหมายถึงผู้เสียหาย จึงนำข้อความไปให้ดูและนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี โดยผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องในคดีอาญาขอให้ศาลบังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงทางแพ่งเป็นเงิน 100,000 บาทด้วย

          ในชั้นพิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธและอ้างว่าตนไม่ได้โพสต์ อีกทั้งต่อสู้ว่าข้อความไม่ได้ระบุชื่อผู้เสียหาย แต่ศาลฎีกาตรวจพยานหลักฐานแล้วพบว่า ข้ออ้างของจำเลยขัดแย้งกับรายงานกระบวนพิจารณาที่เคยยอมรับไว้ และไม่มีพยานหลักฐานแสดงว่ามีผู้อื่นเข้าใช้งานเฟซบุ๊กของจำเลยได้ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยเป็นผู้โพสต์

          ส่วนประเด็นเรื่องการหมิ่นประมาท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ไม่มีชื่อสกุลของผู้เสียหายโดยตรง แต่คู่กรณีมีข้อพิพาทโกรธเคืองกันมาก่อน และผู้เสียหายก็ป่วยเป็นโรคมะเร็งจริงตามที่โพสต์พาดพิง เมื่อเพื่อนหรือบุคคลที่รู้จักคู่กรณีมาอ่าน ย่อมทราบได้ทันทีว่าหมายถึงผู้เสียหาย การใส่ความว่าเคยเป็นโสเภณีจึงทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง ประกอบกับการตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ ทำให้ข้อความกระจายสู่ประชาชนทั่วไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 อย่างครบถ้วน

          นอกจากความรับผิดทางอาญาแล้ว คดียังมีจุดเด่นในทางวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา โดยในชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้เคยพิพากษากลับให้ยกฟ้องจำเลยและยกคำร้องค่าเสียหายของผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับเงินชดใช้ และเนื่องจากศาลชั้นต้นไม่ได้ส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ทราบผลและไม่ได้ยื่นฎีกาในส่วนแพ่งเข้ามา มีเพียงพนักงานอัยการโจทก์เท่านั้นที่ยื่นฎีกาในคดีส่วนอาญา

          แต่ศาลฎีกาได้ชี้ขาดข้อกฎหมายสำคัญว่า การกระทำของจำเลยถือเป็นการทำละเมิดซึ่งต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้ยื่นฎีกาเรื่องเงินเข้ามาด้วยตนเอง แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกคดีส่วนแพ่งขึ้นมาวินิจฉัยเพื่อให้สอดคล้องกับผลของคดีอาญาได้ เพราะถือเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

          ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท แต่จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี และในส่วนคดีแพ่ง ศาลฎีกาสั่งให้บังคับคดีให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายต่อชื่อเสียงแก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมายนับแต่วันทำละเมิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้เป็นบทเรียนเตือนสติสายโพสต์โซเชียลทุกคนว่า การโพสต์ด่าลอยๆ โดยคิดว่าการเลี่ยงไม่พิมพ์ชื่อจะช่วยให้รอดพ้นคดีนั้นไม่เป็นความจริง หากเนื้อหาบรรยายลักษณะ จุดตำหนิ อาการเจ็บป่วย หรือเรื่องราวส่วนตัวจนคนทั่วไปที่รู้จักสามารถระบุตัวตนได้ ย่อมมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาทันที ซึ่งนอกจากจะมีโทษจำคุกติดตัวแล้ว ศาลยังมีอำนาจสั่งให้ควักกระเป๋าจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแก่ผู้ถูกพาดพิงควบคู่กันไปด้วยเสมอ แม้ผู้เสียหายจะมิได้ยื่นฎีกาเรื่องเงินเข้ามาด้วยตนเองก็ตาม

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 673,641