เจ้าหนี้ฟ้องทายาทเกิน 1 ปีนับแต่วันตาย คดีขาดอายุความจริงไหม?

เจ้าหนี้ฟ้องทายาทเกิน 1 ปีนับแต่วันตาย คดีขาดอายุความจริงไหม?

          เมื่อลูกหนี้หรือคู่สัญญาถึงแก่ความตาย ทายาทและผู้จัดการมรดกมักยกข้อต่อสู้ยอดฮิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ขึ้นมาตัดสิทธิเจ้าหนี้ โดยอ้างว่ากฎหมายห้ามเจ้าหนี้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลา 1 ปี และหากเจ้าหนี้เพิ่งมายื่นฟ้องหลังจากวันที่เจ้ามรดกเสียชีวิตไปแล้วเกินกว่า 1 ปี คดีย่อมขาดอายุความเสมอ แต่ในความเป็นจริงของหลักนิติศาสตร์ มีเส้นแบ่งที่สำคัญอย่างยิ่งระหว่าง "วันที่ตายจริง" กับ "วันที่เจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย" ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2568 ได้วางหลักบรรทัดฐานไว้อย่างชัดเจนและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเจ้าหนี้กองมรดก

          คดีนี้เริ่มต้นจากนายกลิ่น ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4852 ได้ตกลงขายที่ดินและส่งมอบต้นฉบับโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อย ต่อมานายกลิ่นได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 หลังจากนั้นทายาทของนายกลิ่นได้รับการตั้งเป็นผู้จัดการมรดก และได้ยื่นฟ้องจำเลยขอให้ส่งมอบต้นฉบับโฉนดที่ดินคืนกองมรดก ฝ่ายจำเลยจึงให้การต่อสู้และยื่นฟ้องแย้งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 เพื่อบังคับให้ผู้จัดการมรดกจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่ตนตามสัญญาซื้อขาย แต่ฝ่ายโจทก์ได้ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความมรดกแล้ว เนื่องจากจำเลยมายื่นฟ้องแย้งเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่นายกลิ่นถึงแก่ความตาย

          ศาลฎีกาได้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 มาวินิจฉัยประเด็นอายุความอย่างละเอียด โดยระบุว่าตามมาตรา 1754 วรรคสาม นั้น กฎหมายห้ามมิให้เจ้าหนี้กองมรดกใช้สิทธิเรียกร้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี "นับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก" หาได้เริ่มนับตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายตามที่โจทก์เข้าใจไม่ หากจะนับจากวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายโดยตรง กฎหมายได้กำหนดกรอบเวลาไว้ในวรรคสี่ว่าต้องเป็นระยะเวลาถึง 10 ปีนับแต่วันที่ตาย

          เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวน พบว่าจำเลยไม่ใช่ญาติพี่น้องและไม่ได้สนิทสนมกับนายกลิ่นมาก่อน เป็นเพียงคู่สัญญาซื้อขายที่ดินเท่านั้น การถึงแก่ความตายของนายกลิ่นจึงไม่ใช่เรื่องที่บุคคลภายนอกอย่างจำเลยควรจะต้องรู้ได้ในทันที และแม้ในคำฟ้องแย้งจำเลยจะระบุว่านายกลิ่นตายเมื่อปี 2561 ก็เป็นเพียงการระบุวันที่ตามความเป็นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเลยรู้เรื่องตั้งแต่วันนั้น

          ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเพิ่งจะทราบเรื่องและได้รับเอกสารยืนยันการตายจากทางราชการ (นายทะเบียน) เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 เพื่อนำไปใช้ยื่นคำร้องต่อศาล จึงต้องถือว่าจำเลยได้รู้ถึงความตายของนายกลิ่นอย่างแท้จริงในวันที่ 30 สิงหาคม 2564 นั้นเอง เมื่อจำเลยมายื่นคำให้การและฟ้องแย้งในวันที่ 20 มกราคม 2565 จึงยังไม่พ้นกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ได้รู้ถึงความตาย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงยังไม่ขาดอายุความ ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ และบังคับให้ผู้จัดการมรดกต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยตามสัญญา

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นอุทาหรณ์และข้อเตือนใจชั้นดีว่า ในคดีหนี้กองมรดก หากเจ้าหนี้เป็นบุคคลภายนอกที่มิใช่คนในครอบครัว การนับอายุความ 1 ปีตามกฎหมาย จะไม่เริ่มนับจนกว่าเจ้าหนี้จะได้รับรู้หรือมีพฤติการณ์ที่ควรจะรู้ถึงการตายอย่างแท้จริง ทายาทหรือผู้จัดการมรดกจะนำวันเสียชีวิตตามมรณบัตรมานับตัดสิทธิเจ้าหนี้ลอยๆ ไม่ได้ หากไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าหนี้รู้เรื่องความตายมาเกินกว่า 1 ปีแล้วจริงๆ ขณะเดียวกันฝั่งเจ้าหนี้เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกหนี้ ก็ต้องรีบตรวจสอบเอกสารทางราชการและใช้สิทธิทางศาลภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ทราบ เพื่อไม่ให้สิทธิเรียกร้องของตนต้องสูญเสียไป

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 673,902