ลูกหนี้ตายไร้ทายาท มรดกตกเป็นของแผ่นดิน เจ้าหนี้มีสิทธิร้องขอเป็น “ผู้จัดการมรดก” ได้หรือไม่?
ลูกหนี้ตายไร้ทายาท มรดกตกเป็นของแผ่นดิน เจ้าหนี้มีสิทธิร้องขอเป็น “ผู้จัดการมรดก” ได้หรือไม่?
โดยหลักการทั่วไปของกฎหมายมรดก บุคคลที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลแต่งตั้งเป็น "ผู้จัดการมรดก" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 จะต้องเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ซึ่งในทางปฏิบัตินั้น "เจ้าหนี้" มักจะถูกตัดสิทธิไม่ให้เป็นผู้จัดการมรดก เนื่องจากเจ้าหนี้มีผลประโยชน์เป็นปฏิปักษ์หรือขัดแย้งกับกองมรดก (เจ้าหนี้ต้องการเงินคืน แต่กองมรดกต้องการรักษาทรัพย์ไว้ให้ทายาท)
แต่หากเกิดกรณีพิเศษขึ้นมา เช่น ลูกหนี้เสียชีวิตโดยไม่มีทายาทโดยธรรมหรือผู้รับพินัยกรรมหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่คนเดียว เจ้าหนี้จะดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้หนี้ก้อนนั้นกลายเป็นหนี้สูญ?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2531 (โดยมติที่ประชุมใหญ่) ได้วางแนวบรรทัดฐานสำคัญเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้และปลดล็อกปัญหานี้ไว้อย่างชัดเจน
สรุปพฤติการณ์แห่งคดี
คดีนี้ นายเนียม (ลูกหนี้) ถึงแก่กรรมโดยไม่มีทายาทเลยแม้แต่คนเดียว ต่อมานางทาซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามสัญญากู้ยืม ได้ยื่นคำร้องและศาลมีคำสั่งตั้งให้นางทาเป็นผู้จัดการมรดกของนายเนียม แต่ยังไม่ทันจัดการมรดกและชำระหนี้แล้วเสร็จ นางทาก็ถึงแก่กรรมไปเสียก่อน
ผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางทา จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกของนายเนียม (ลูกหนี้เดิม) ต่อไป เพื่อที่จะได้มีอำนาจนำทรัพย์มรดกมาชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าว ทว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง โดยมองตามหลักทั่วไปว่า ผู้ร้องอยู่ในฐานะเจ้าหนี้กองมรดก จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกได้ ผู้ร้องจึงฎีกา
ข้อวินิจฉัยและบรรทัดฐานของศาลฎีกา (ที่ประชุมใหญ่)
ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายและวางหลักเกณฑ์สำคัญไว้ 2 ประการ ดังนี้:
1. เจ้าหนี้ถือเป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" ในกรณีกองมรดกไม่มีทายาท
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1753 กำหนดว่า เมื่อบุคคลใดถึงแก่ความตายโดยไม่มีทายาท ทรัพย์มรดกย่อมตกทอดแก่แผ่นดิน แต่ "แผ่นดินมิใช่ทายาทของผู้ตาย"
เจ้าหนี้จึงไม่สามารถฟ้องร้องบังคับชำระหนี้เอาจากแผ่นดินหรือทรัพย์มรดกได้เลยตราบใดที่ยังไม่มีผู้จัดการมรดกขึ้นมารับผิดชอบ ดังนั้น การที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับการที่กองมรดกนั้นมีผู้จัดการมรดกโดยตรง ในกรณีพิเศษที่กองมรดกไม่มีทายาทเช่นนี้ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า ต้องถือว่าเจ้าหนี้เป็น "ผู้มีส่วนได้เสีย" และมีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713
2. ศาลมีอำนาจตั้งเจ้าหนี้เป็นผู้จัดการมรดกได้
แม้โดยปกติเจ้าหนี้จะมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก แต่เมื่อคดีนี้ไม่มีทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นใดอยู่อีก และพนักงานอัยการก็มิได้ยื่นคำคัดค้านไว้ ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษากลับ ให้ตั้งผู้ร้อง (ในฐานะเจ้าหนี้) เป็นผู้จัดการมรดกของลูกหนี้ผู้ตาย เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการนำทรัพย์มรดกมาชำระหนี้ให้เสร็จสิ้น
ข้อคิดและอุทาหรณ์ทางกฎหมาย
แม้ทรัพย์มรดกของผู้ตายที่ไร้ทายาทจะตกเป็นของแผ่นดิน แต่แผ่นดินจะได้รับทรัพย์สินไปก็ต่อเมื่อได้นำทรัพย์นั้นไปชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของกองมรดกจนครบถ้วนแล้วเท่านั้น (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1753 วรรคสอง)
หากลูกหนี้เสียชีวิตโดยไม่มีทายาทคนใดเลย เจ้าหนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะหมดหนทางทวงเงิน เจ้าหนี้สามารถใช้สิทธิในฐานะผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อตั้งผู้จัดการมรดกเข้ามาจัดการทรัพย์สินและชำระหนี้คืนให้แก่ตนเองได้ตามกฎหมายครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








