ย่องขึ้นบ้านคนอื่นตอน 4 ทุ่ม เรียกไม่ตอบ ถูกยิงสวนดับ อ้างยิงป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่

ย่องขึ้นบ้านคนอื่นตอน 4 ทุ่ม เรียกไม่ตอบ ถูกยิงสวนดับ อ้างยิงป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายได้หรือไม่

          กรณีการแอบย่องขึ้นบ้านคนอื่นในยามวิกาลจนเจ้าของบ้านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนร้ายแล้วใช้อาวุธปืนยิงสวน ถือเป็นประเด็นการสู้คดีอาญาเรื่อง "การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย" และ "การกระทำโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริง" ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3364/2536 ได้วางหลักบรรทัดฐานการคุ้มครองสิทธิของเจ้าบ้านไว้อย่างเด็ดขาด โดยชี้ว่า หากมีบุคคลย่องขึ้นบ้านดึกดื่นในมืด เจ้าของบ้านถามแล้วไม่ตอบ ย่อมมีเหตุอันสมควรให้เข้าใจว่าเป็นคนร้าย การใช้อาวุธปืนยิงไป 1 นัดถือเป็นการป้องกันสิทธิในทรัพย์สินพอสมควรแก่เหตุ เจ้าของบ้าน ไม่มีความผิดตามกฎหมาย!

          เหตุเกิดเวลาประมาณ 22:00 น. (2 ทุ่ม) ผู้ตายได้บุกรุกแอบย่องขึ้นบันไดหน้าบ้านของจำเลย ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ในที่มืดและไม่มีประตูหรือฝากั้น จำเลยซึ่งอยู่บนบ้านและยืนห่างจากผู้ตายไม่มากนัก เห็นเงาคนในที่มืดจึงร้องถามออกไปว่า "ใคร ๆ" แต่ผู้ตายไม่ยอมตอบ และยังคงเดินก้าวขึ้นบันไดมุ่งหน้าเข้าหาจำเลย

          จำเลยเข้าใจผิดว่าผู้ตายเป็นคนร้ายที่แอบเข้ามาเพื่อลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ จึงใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงสวนไปทางบันไดหน้าบ้าน 1 นัด กระสุนปืนถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย (แม้ความจริงผู้ตายอาจจะตั้งใจแอบย่องเข้ามาหาบุตรสาวของจำเลยก็ตาม)

          ศาลฎีกาพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว วางหลักการวินิจฉัยทางกฎหมายไว้ดังนี้

  1. การสำคัญผิดในข้อเท็จจริง (ป.อ. มาตรา 62): แม้ผู้ตายจะไม่ได้นำอาวุธติดตัวมา และอาจเพียงตั้งใจลอบเข้ามาหาบุตรสาวของจำเลย แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนดึกดื่น (4 ทุ่ม) ในที่มืด และอยู่ระยะกระชั้นชิด เมื่อจำเลยร้องถามแล้วผู้ตายไม่ตอบ แต่กลับเดินขึ้นบันไดเข้าหา พฤติการณ์ย่อมทำให้จำเลยสำคัญผิดเข้าใจได้ว่าผู้ตายเป็นคนร้ายที่จะเข้ามาลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ และความเข้าใจผิดนี้ไม่ได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลย
  2. เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย (ป.อ. มาตรา 68): การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงขู่หรือยิงสกัดไปเพียง 1 นัด เพื่อหยุดยั้งบุคคลที่แอบย่องขึ้นบ้าน ถือเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิในทรัพย์สินและเคหสถานของตนพอสมควรแก่เหตุ

          เมื่อเป็นการกระทำความผิดโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ซึ่งเข้าลักษณะการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบมาตรา 62 จำเลยจึงไม่มีความผิดทางอาญาเลยแม้แต่น้อย ศาลฎีกาพิพากษายืนให้ยกฟ้องจำเลย

          ดังนั้น หากมีบุคคลแปลกหน้าบุกรุกขึ้นบ้านในยามวิกาลที่มืดมิด ทักท้วงแล้วไม่ตอบ และเดินเข้าหาในระยะกระชั้นชิด เจ้าของบ้านมีสิทธิป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนได้ตามสมควร และสิ่งสำคัญที่ทำให้ศาลมองว่าเป็นการป้องกัน "พอสมควรแก่เหตุ" คือจำเลยยิงไปเพียง 1 นัด เพื่อหยุดยั้งภยันตราย ไม่ได้ยิงซ้ำหลายนัดในลักษณะเจตนาฆ่าอย่างซ้ำซ้อนครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 669,542