เด็ก 13 ปีทำน้อง 4 ขวบตาบอด ตายายผู้ดูแลต้องร่วมรับผิดหรือไม่?

เด็ก 13 ปีทำน้อง 4 ขวบตาบอด ตายายผู้ดูแลต้องร่วมรับผิดหรือไม่?

          การเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุละเมิดที่ผู้กระทำความผิดเป็น "ผู้เยาว์" หรือเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มักสร้างปัญหาสู้คดีในทางกฎหมายเสมอว่า บุคคลใดบ้างที่จะต้องร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่เด็กไม่ได้อาศัยอยู่กับบิดามารดาแท้ ๆ แต่ไปพักอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย รวมถึงการคำนวณค่าเสียหายหากฝ่ายผู้เสียหายเองก็มีส่วนประมาท หรือได้รับการชดเชยจากสวัสดิการอื่นไปบ้างแล้ว

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2518 ได้วางหลักเกณฑ์ทางกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดของผู้รับดูแลเด็กตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 430 ตลอดจนการกำหนดค่าสินไหมทดแทนในคดีละเมิดไว้อย่างครบถ้วนและทรงคุณค่า

          สรุปปมข้อพิพาทในคดี

          คดีนี้จำเลยซึ่งเป็นเด็กผู้เยาว์อายุ 13 ปี ได้ย้ายมาพักอาศัยและเรียนหนังสืออยู่กับตาและยาย โดยมีตาและยายเป็นผู้คอยดูแลและรับเลี้ยงดู วันหนึ่งเด็กอายุ 13 ปีคนดังกล่าวได้ไปเล่น "ไม้หึ่ง" (การเล่นพื้นบ้านประเภทหนึ่ง) แล้วเกิดอุบัติเหตุทำอันตรายใส่เด็กอายุ 4 ขวบ จนได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นตาบอด

          บิดาของเด็กอายุ 4 ขวบ จึงเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีละเมิด เพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนต่อชีวิต ร่างกาย และค่ารักษาพยาบาล โดยฟ้องทั้งตัวเด็กผู้กระทำละเมิด และฟ้องตาและยายในฐานะผู้รับดูแลเด็กให้ร่วมกันรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย

          ข้อวินิจฉัยและบรรทัดฐานของศาลฎีกา

          ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายและวางบรรทัดฐานสำคัญไว้ใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. การที่เด็กอายุ 13 ปีมาพักอาศัยเรียนหนังสืออยู่ในความดูแลของตาและยาย ถือว่าตาและยายตกอยู่ในฐานะ "ผู้รับดูแลเด็ก" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 430 เมื่อเด็กในปกครองไปทำละเมิดใส่ผู้อื่น ตาและยายย่อมต้องร่วมรับผิดชอบกับเด็กในผลแห่งการทำละเมิดนั้นด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว
  2. บิดาของผู้เสียหายเป็นข้าราชการและได้เบิกค่ารักษาพยาบาลของบุตรจากทางราชการไปแล้วครึ่งหนึ่ง ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายในส่วนค่ารักษาพยาบาลให้แก่โจทก์เท่าจำนวนที่โจทก์ได้จ่ายจริงไปเท่านั้น โดยให้หักส่วนที่เบิกได้ออก
  3. บิดาผู้เสียหายมีส่วนประมาท ศาลใช้ดุลพินิจลดค่าเสียหายลง การที่บิดาปล่อยปละละเลยไม่ดูแลบุตรซึ่งมีอายุเพียง 4 ขวบ แล้วปล่อยให้เดินไปเล่นในบริเวณที่มีการเล่นไม้หึ่งอันมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย ถือเป็นความประมาทเลินเล่อของบิดาผู้เสียหายที่มีส่วนร่วมทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น ศาลจึงมีอำนาจลดจำนวนค่าเสียหายที่ผู้ทำละเมิดต้องชดใช้ลงตามส่วน
  4. ความรับผิดที่แบ่งแยกไม่ได้ มีผลถึงจำเลยที่ไม่ได้ฎีกา หนี้ค่าเสียหายฐานละเมิดซึ่งเด็กและผู้ดูแลต้องร่วมกันรับผิดถือเป็นหนี้อันแบ่งแยกไม่ได้ ดังนั้น แม้จำเลยจะยื่นฎีกาขึ้นมาเพียงคนเดียว ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาลดจำนวนค่าเสียหายให้มีผลไปถึงจำเลยคนอื่นที่ไม่ได้ยื่นฎีกาด้วยได้
  5. ไม่คัดค้านในชั้นอุทธรณ์ หมดสิทธิฎีกา เนื่องจากในชั้นศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่ได้คัดค้านข้อเท็จจริงเรื่องที่ผู้เสียหายตาบอด จำเลยจึงไม่อาจยกข้อเท็จจริงขึ้นอ้างในชั้นฎีกาว่าผู้เสียหายไม่ได้ตาบอดได้อีก ศาลจึงไม่ต้องพิจารณาว่าค่าเสียหายจำนวน 10,000 บาทอันเนื่องมาจากตาบอดนั้นมากเกินไปหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ให้ข้อคิดเตือนใจที่สำคัญแก่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไปดังนี้

  • ผู้รับดูแลเด็กต้องรับผิดชอบ: ไม่เฉพาะแต่พ่อแม่แท้ ๆ เท่านั้น หากผู้ใดรับเด็กมาเลี้ยงดูหรือให้อยู่ในความดูแล เช่น ตา ยาย ปู่ ย่า หรือครูบาอาจารย์ หากปล่อยปละละเลยจนเด็กไปก่อเรื่องทำละเมิดเสียหายแก่ผู้อื่น ผู้ดูแลจะต้องร่วมรับผิดชอบชดใช้เงินด้วยตามมาตรา 430
  • พ่อแม่ต้องระวังความประมาทของตนเอง: หากผู้ปกครองปล่อยเด็กเล็กวัยเตาะแตะไปอยู่ในจุดเสี่ยงอันตราย แล้วเด็กได้รับบาดเจ็บ ศาลอาจถือว่าผู้ปกครองมีส่วนประมาท ซึ่งจะทำให้ยอดเงินค่าชดเชยที่ได้รับลดลงไปตามส่วนครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 669,323