ยึดโฉนดที่ดินประกันเงินกู้ไว้ พอหนี้ขาดอายุความ จะอ้างสิทธียึดหน่วงโฉนดไว้ไม่คืนลูกหนี้ได้หรือไม่
ยึดโฉนดที่ดินประกันเงินกู้ไว้ พอหนี้ขาดอายุความ จะอ้างสิทธียึดหน่วงโฉนดไว้ไม่คืนลูกหนี้ได้หรือไม่
การเอา "โฉนดที่ดิน" ไปวางยึดถือไว้เป็นประกันการกู้ยืมเงินโดยไม่ได้จดทะเบียนจำนอง เป็นวิธีการประกันหนี้ที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เจ้าหนี้หลายคนเข้าใจว่า ตราบใดที่ลูกหนี้ยังไม่จ่ายเงินคืน ตนเองมีสิทธิยึดถือโฉนดที่ดินฉบับจริงไว้ได้เรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนด และแม้เวลาจะผ่านไปจนหนี้กู้ยืมขาดอายุความแล้วก็ยังสามารถยึดโฉนดไว้กดดันลูกหนี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 229/2522 (โดยมติที่ประชุมใหญ่) ได้วางหลักเกณฑ์ทางกฎหมายไว้อย่างเด็ดขาด โดยชี้ว่า เมื่อหนี้ประธานตามสัญญากู้ยืมเงิน ขาดอายุความ ไปแล้ว สิทธิในการยึดถือโฉนดเพื่อประกันหนี้ดังกล่าวย่อมสิ้นสุดลงด้วย และการยึดโฉนดไว้ไม่ใช่การจำนำ เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธิยึดหน่วงโฉนดไว้ ต้องคืนให้แก่ลูกหนี้ทันที
สรุปปมข้อพิพาทในคดี
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์จำเป็นต้องใช้โฉนดในการแบ่งแยกที่ดินตามคำพิพากษาคดีอื่น แต่จำเลยอ้างว่าโจทก์เคยกู้ยืมเงินจำเลยไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2498 และได้มอบโฉนดที่ดินฉบับดังกล่าวไว้ให้จำเลยยึดถือเป็นประกันเงินกู้ ในเมื่อโจทก์ยังไม่ชำระหนี้กู้ยืม จำเลยจึงมีสิทธิยึดถือโฉนดไว้
ต่อมาโจทก์นำคดีมาฟ้องบังคับคืนโฉนดเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2518 (ผ่านไปนานกว่า 20 ปี นับจากวันกู้เงิน) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยส่งคืนโฉนดให้แก่โจทก์ จำเลยจึงยื่นฎีกาสู้คดีว่า แม้หนี้กู้ยืมจะขาดอายุความแล้ว ตนก็ยังมีสิทธิยึดหน่วงโฉนดไว้จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ในฐานะผู้รับจำนำตามกฎหมาย
ข้อวินิจฉัยและบรรทัดฐานของศาลฎีกา
ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ ได้พิเคราะห์ข้อกฎหมายเรื่องอายุความและสิทธิการยึดถือเอกสารไว้ดังนี้
1. หนี้กู้ยืมเงินที่ไม่กำหนดวันชำระหนี้ สัญญากู้ยืมเงินที่ไม่กำหนดวันชำระเงิน เจ้าหนี้สามารถเรียกให้ชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันกู้เป็นต้นไป สิทธิเรียกร้องจึงเริ่มนับตั้งแต่วันทำสัญญากู้ และมีอายุความ 10 ปี ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 เมื่อนับจากวันกู้เงินจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกิน 10 ปีแล้ว โดยจำเลยไม่สามารถนำสืบให้เห็นเหตุหยุดหรือสะดุดหยุดลงของอายุความได้ หนี้กู้ยืมเงินจึงขาดอายุความ
2. หนี้ประธานขาดอายุความ สิทธิยึดถือโฉนดสิ้นสุดลง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อหนี้กู้ยืมเงินซึ่งเป็นมูลเหตุหลักในการยึดถือโฉนดขาดอายุความลงเสียแล้ว จำเลยก็หมดสิทธิที่จะยึดถือโฉนดที่ดินฉบับดังกล่าวไว้เป็นประกันหนี้นั้นอีกต่อไป
3. การนำโฉนดที่ดินมามอบให้ยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ ไม่เข้าลักษณะการจำนำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (เนื่องจากการจำนำทำได้เฉพาะกับทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ ส่วนโฉนดเป็นเพียงเอกสารสิทธิ) จำเลยจึงไม่อาจยกสิทธิยึดหน่วงอย่างผู้รับจำนำตามมาตรา 241 มาอ้างเพื่อยึดโฉนดไว้ได้ จำเลยต้องส่งคืนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินแก่โจทก์
บทสรุปและข้อคิดเตือนใจ
คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ให้บทเรียนสำคัญแก่เจ้าหนี้และลูกหนี้เกี่ยวกับการประกันหนี้ด้วยโฉนดที่ดิน ดังนี้
- การยึดโฉนดไว้เฉยๆ ไม่ใช่การจำนองหรือจำนำ การยึดโฉนดไว้โดยไม่มีการจดทะเบียนจำนอง ณ สำนักงานที่ดิน ไม่ก่อให้เกิดทรัพยสิทธิใดๆ ในทางกฎหมาย เป็นเพียงการยึดถือเอกสารไว้ในฐานะหนี้ประธานเท่านั้น
- ปล่อยหนี้ขาดอายุความเมื่อไร ต้องคืนโฉนดทันที หากเจ้าหนี้ปล่อยให้หนี้กู้ยืมเงินขาดอายุความ (เกิน 10 ปีนับแต่ฟ้องคดีได้) เจ้าหนี้จะหมดสิทธิยึดโฉนดไว้กดดันลูกหนี้อีกต่อไป และหากลูกหนี้มาฟ้องทวงคืน ศาลจะสั่งให้เจ้าหนี้ต้องส่งคืนโฉนดทันทีครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








