ศัลยกรรมทำพัง ตาแหว่งเสียโฉม ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางจิตใจและเสียบุคลิกภาพได้

ศัลยกรรมทำพัง ตาแหว่งเสียโฉม ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางจิตใจและเสียบุคลิกภาพได้

ในยุคปัจจุบันที่การทำศัลยกรรมเสริมความงามกลายเป็นเรื่องแพร่หลาย ความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการผ่าตัดก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งตามไปด้วย หลายคนเข้าใจว่าเมื่อหมอทำศัลยกรรมพัง ผู้เสียหายจะเรียกร้องได้เพียง "ค่าผ่าตัดแก้ไข" หรือ "ค่ารักษาพยาบาล" ตามใบเสร็จจริงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ความเจ็บปวด ความอับอาย และการต้องทนทุกข์ทรมานจากการสูญเสียบุคลิกภาพบนใบหน้า ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงต่อจิตใจที่กฎหมายคุ้มครองและสามารถตีค่าเป็นเงินได้

          บรรทัดฐานสำคัญในเรื่องนี้ปรากฏชัดเจนใน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2544 ซึ่งโจทก์เป็นอาจารย์หญิงรับราชการ ได้ไปทำศัลยกรรมผ่าตัดหนังตาล่างและหางตาเพื่อดูดไขมันออกกับจำเลย แต่ผลปรากฏว่าหนังตาล่างหงายเบิกกว้างผิดปกติ ปิดตาไม่สนิท ตาแหว่งเห็นตาขาวมากกว่าปกติ น้ำตาไหลตลอดเวลา อาบน้ำแล้วน้ำเข้าตาจนเกิดอาการอักเสบ ต้องทนทุกข์ทรมานจนต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อผ่าตัดแก้ไขใหม่ โจทก์จึงยื่นฟ้องเรียกค่าผ่าตัดคืน ค่าผ่าตัดแก้ไข ค่าขาดรายได้จากการทำงานพิเศษ และที่สำคัญคือ "ค่าเสียหายต่อร่างกายและจิตใจจากการเสียโฉมและสูญเสียบุคลิกภาพ"

          คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทสำคัญขึ้นสู่ศาลฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินได้หรือไม่ เพียงใด?

          ศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักเกณฑ์ไว้อย่างน่าสนใจ โดยนำข้อเท็จจริงเรื่องหน้าที่การงานและผลกระทบทางจิตวิทยามาประกอบการพิจารณา

  1. หน้าที่การงานและผลกระทบต่อบุคลิกภาพ: โจทก์รับราชการเป็นอาจารย์ ซึ่งโดยตำแหน่งหน้าที่การงานจำเป็นต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก แต่กลับต้องมาเสียโฉม ตาแหว่งเห็นตาขาวผิดปกติ ทำให้สูญเสียความมั่นใจและเสียบุคลิกภาพอย่างรุนแรง
  2. ความทุกข์ทรมานเป็นความเสียหายที่ต้องชดใช้: การมีใบหน้าเสียโฉมย่อมเป็นความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจที่โจทก์ต้องรู้สึกอยู่ตลอดเวลา ตราบจนกว่าจะได้รับการผ่าตัดแก้ไขให้กลับคืนดี ค่าที่โจทก์ต้องทนทุกข์ทรมานและสูญเสียบุคลิกภาพนี้ เข้าลักษณะเป็น "ความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 วรรคหนึ่ง ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องได้โดยตรง
  3. ความเหมาะสมของค่าสินไหม: การที่ศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายในส่วนความทุกข์ทรมานและการสูญเสียบุคลิกภาพนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท (เมื่อรวมกับค่าผ่าตัดแก้ไขและความเสียหายอื่น ศาลชั้นต้นให้รวม 230,000 บาท) ศาลฎีกาเห็นว่ามีความเหมาะสมแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว จึงพิพากษาแก้ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          คำพิพากษาฎีกาฉบับนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับคลินิกและแพทย์ศัลยกรรมว่า ความประมาทเลินเล่อที่ทำให้คนไข้เสียโฉม ไม่ได้จบแค่การจ่ายค่าแก้หน้า แต่ต้องรับผิดชอบต่อ "สภาพจิตใจและความมั่นใจ" ของคนไข้ที่พังทลายลงด้วย และสำหรับผู้บริโภค หากตกเป็นเหยื่อศัลยกรรม นอกจากค่ารักษาตามบิลแล้ว กฎหมายเปิดช่องให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อความทุกข์ทรมานและบุคลิกภาพได้เต็มที่

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 672,091