เป็นหนี้ท่วมหัว แอบเซ็นสละมรดกยกที่ดินให้ลูก เจ้าหนี้ตามฟ้องยึดคืนได้จริงหรือ?

เป็นหนี้ท่วมหัว แอบเซ็นสละมรดกยกที่ดินให้ลูก เจ้าหนี้ตามฟ้องยึดคืนได้จริงหรือ?

          ในกระบวนการบังคับคดีแพ่ง เมื่อลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้แพ้คดีและต้องชำระหนี้ แต่กลับไม่มีทรัพย์สินอื่นใดหลงเหลือให้เจ้าหนี้ยึดมาชำระหนี้ได้ ทรัพย์มรดกที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์ที่ตกทอดมาจากคู่สมรสหรือบิดามารดาที่ล่วงลับ ย่อมเป็นเป้าหมายสำคัญที่เจ้าหนี้เฝ้าติดตาม

          แต่ในทางปฏิบัติ ลูกหนี้จำนวนไม่น้อยมักพยายามวางแผนทางทะเบียนเพื่อกีดกันมิให้ทรัพย์มรดกตกมาถึงมือตน ด้วยการแสดงเจตนาสละมรดกต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แล้วยินยอมให้บุตรหรือทายาทลำดับถัดไปเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ไปแต่เพียงผู้เดียว โดยเข้าใจผิดคิดว่าสิทธิการรับมรดกเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ไม่มีใครบังคับได้ และเมื่อตนไม่รับ ทรัพย์สินย่อมตกเป็นของบุตรอย่างปลอดภัย เจ้าหนี้หมดสิทธิแตะต้อง แต่คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10810/2559 ได้วางบรรทัดฐานชัดเจนว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการทำนิติกรรมฉ้อฉลที่เจ้าหนี้ฟ้องเพิกถอนได้เสมอ

          คดีนี้เริ่มต้นจากนายสายัณห์ได้กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 800,000 บาท ต่อมาผิดนัดชำระหนี้จนโจทก์ฟ้องคดี ศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้นายสายัณห์ชำระหนี้ แต่นายสายัณห์ไม่ชำระ เมื่อโจทก์นำยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดก็ได้เงินไม่พอชำระหนี้ นายสายัณห์จึงยังคงมีสถานะเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ไม่มีทรัพย์สินอื่นให้บังคับคดี

          ต่อมาภริยาของนายสายัณห์ถึงแก่ความตาย โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งตามกฎหมายย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม ได้แก่นายสายัณห์ผู้เป็นคู่สมรส และบุตรทั้งสองคน แต่นายสายัณห์และจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบุตรคนโต กลับไปให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าไม่ขอรับมรดกที่ดินแปลงดังกล่าว และยินยอมให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรคนเล็กรับโอนไปแต่เพียงผู้เดียว เจ้าพนักงานที่ดินจึงจดทะเบียนโอนมรดกให้จำเลยที่ 2 ทั้งแปลง

          หลังจากนั้นไม่นานนายสายัณห์ได้ถึงแก่ความตายไป และจำเลยที่ 2 ก็นำที่ดินไปจดทะเบียนจำนอง โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเพื่อขอให้ศาลสั่งเพิกถอนนิติกรรมการสละมรดกที่ดินเฉพาะส่วนของนายสายัณห์ เพื่อเปิดทางให้นำทรัพย์มรดกส่วนนั้นออกขายทอดตลาดมาชำระหนี้

          ในชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่ามิได้สละมรดกโดยเสน่หา แต่ทายาททั้งหมดได้ตกลงประมูลซื้อขายที่ดินมรดกกันเองภายในครอบครัวในราคา 300,000 บาท และจำเลยที่ 2 ได้จ่ายเงินให้แก่นายสายัณห์เรียบร้อยแล้ว ส่วนการที่ระบุในเอกสารของสำนักงานที่ดินว่าเป็นการสละมรดก เกิดจากการทำตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้น

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บันทึกถ้อยคำทายาทผู้มีความประสงค์ไม่ขอรับมรดกที่จัดทำขึ้น ณ สำนักงานที่ดิน มีสถานะเป็นเอกสารมหาชนที่เจ้าพนักงานได้ทำขึ้นตามหน้าที่ ซึ่งกฎหมายสันนิษฐานว่าแท้จริงและถูกต้อง เมื่อฝ่ายจำเลยไม่มีพยานหลักฐานทางการเงินหรือหลักฐานการชำระเงินที่มีน้ำหนักมานำสืบหักล้าง ข้ออ้างของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่านายสายัณห์ได้สละมรดกที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา

          ศาลฎีกาจึงได้นำหลักกฎหมายเรื่องการเพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ประกอบมาตรา 1600 และมาตรา 1603 มาปรับใช้วินิจฉัยว่า ในขณะที่นายสายัณห์ทำนิติกรรมสละมรดกที่ดินแปลงนี้นั้น นายสายัณห์มีสถานะเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและไม่มีทรัพย์สินอื่นใดให้บังคับคดีได้อีก

          การปฏิเสธไม่รับมรดกที่มีมูลค่าแต่กลับสละสิทธิให้ตกแก่บุตร ย่อมเป็นการกระทำลงไปโดยรู้อยู่แล้วว่าจะทำให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบและไม่ได้รับชำระหนี้ จึงเข้าเงื่อนไขแห่งการฉ้อฉลเจ้าหนี้ ศาลจึงมีอำนาจสั่งเพิกถอนนิติกรรมการสละมรดกที่ดินเฉพาะส่วนของนายสายัณห์ได้ เพื่อให้ที่ดินส่วนดังกล่าวกลับคืนสู่กองมรดกเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยมีการสละมรดกเกิดขึ้น

          นอกจากนี้ การที่นายสายัณห์ถึงแก่ความตายในภายหลัง หนี้และความรับผิดชอบดังกล่าวจึงตกทอดแก่กองมรดก โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จึงชอบที่จะฟ้องทายาทโดยธรรมทุกคนรวมถึงจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1737 เพื่อให้คำพิพากษามีผลผูกพันทายาททุกคนในการดำเนินการทางทะเบียนเพิกถอนการโอนมรดกส่วนนั้นกลับคืนมา

          คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติว่า การแกล้งสละมรดกเพื่อส่งต่อทรัพย์สินให้ลูกหลานหวังหลบเลี่ยงหนี้ ไม่อาจใช้เป็นเกราะกำบังทางกฎหมายได้ และในมุมของเจ้าหนี้ กฎหมายได้รับรองอำนาจไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อดึงทรัพย์สินกลับมาขายทอดตลาดชำระหนี้ได้จนครบถ้วน

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

 

Visitors: 671,789