ผู้จัดการมรดกมีอำนาจยื่นคำร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทนตาม ปวิ.อ. มาตรา 44/1 หรือไม่
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจยื่นคำร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทนตาม ปวิ.อ. มาตรา 44/1 หรือไม่
ประเด็นข้อกฎหมายเรื่องการยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 44/1 ถือเป็นมาตรการทางกฎหมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหาย โดยไม่ต้องไปเสียเวลาและความประหยัดค่าใช้จ่ายในการยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งแยกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ "ผู้เสียหายเดิมถึงแก่ความตายไปแล้ว" เกิดปัญหาข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามมาทันทีว่า สิทธิในการยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 ซึ่งผูกติดอยู่กับคดีอาญานั้น จะตกทอดแก่ผู้จัดการมรดกหรือไม่? และผู้จัดการมรดกจะมีอำนาจทางกฎหมายในการยื่นคำร้องเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเข้ากองมรดกแทนผู้ตายได้หรือไม่?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2569 ได้ให้คำตอบและวางบรรทัดฐานทางกฎหมายในเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดและชัดเจนครับ
สรุปข้อเท็จจริงในคดี (ปมตึกแถวและการเชิดโฉนด)
1.จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายอาคารพาณิชย์พร้อมที่ดินกับ นายเจริญ (ผู้เสียหาย) ในราคา 6,000,000 บาท โดยจำเลยจ่ายมัดจำและชำระเงินมาเพียงบางส่วนรวม 1,000,000 บาท ยอดส่วนที่เหลือยังไม่ได้ชำระ ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงว่า ยินยอมให้ออกโฉนดเป็นชื่อจำเลยเพื่อความสะดวกในการขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน แต่ นายเจริญ จะเป็นผู้เก็บรักษา "ต้นฉบับโฉนดที่ดินตัวจริง" ไว้จนกว่าจำเลยจะชำระเงินครบถ้วน
2.เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ยอมชำระเงินค้างส่วนที่เหลืออีก 4,800,000 บาท จำเลยกลับไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่า "โฉนดที่ดินสูญหาย" ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าโฉนดอยู่ที่นายเจริญ จากนั้นจำเลยนำรายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหายไปยื่นขอออก "ใบแทนโฉนดที่ดิน" จากสำนักงานที่ดิน แล้วนำใบแทนโฉนดดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองและโอนขายให้บุคคลอื่นทันที
3.เมื่อนายเจริญทราบเรื่องจึงนำต้นฉบับโฉนดที่ดินตัวจริงไปแจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย แต่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี นายเจริญได้ถึงแก่ความตายลง ศาลจังหวัดเชียงรายจึงมีคำสั่งตั้ง นางสาวจิรา (พี่น้องร่วมบิดามารดา) เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย
4.นางสาวจิราในฐานะผู้จัดการมรดก ได้ยื่นคำร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เข้ามาในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นราคาที่ดินส่วนที่ค้างชำระอยู่จำนวน 4,800,000 บาท แก่กองมรดก
5.จำเลยฎีกาโต้แย้งว่า ผู้จัดการมรดกไม่มีสิทธิยื่นคำร้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 ในคดีนี้ได้
ข้อวินิจฉัยและแนววางหลักของศาลฎีกา
ศาลฎีกาได้พิจารณาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 และวางหลักเกณฑ์ไว้ดังนี้:
1.เงื่อนไขการเรียกค่าสินไหมทดแทน: การที่ผู้เสียหายจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 นั้น ต้องเป็นกรณีที่ได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สิน อันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยตามที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง
2.ความเสียหายทางทรัพย์สินย่อมตกทอดแก่กองมรดก: เมื่อจำเลยนำหลักฐานการแจ้งความเท็จไปขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน ทั้งที่ยังชำระราคาไม่ครบ แล้วนำไปขายให้บุคคลอื่น การกระทำความผิดทางอาญาของจำเลยทำให้สิทธิในกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้เสียหายต้องถูกเปลี่ยนแปลงหรือกระทบกระเทือน จนสิทธิที่มีอยู่สิ้นไปหรือลดน้อยถอยลง ถือได้ว่าผู้เสียหายได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินโดยตรง
3. อำนาจของผู้จัดการมรดก: เมื่อความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวเกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายก่อนถึงแก่ความตาย สิทธิดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สิน/สิทธิเรียกร้องทางแพ่งที่ตกทอดแก่กองมรดก ดังนั้น ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ย่อมมีสิทธิและอำนาจตามกฎหมายในการยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 แทนผู้ตายได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนให้จำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 4,800,000 บาท แก่ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดก
บทสรุป
ผู้จัดการมรดก มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย ในการยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 หากความเสียหายนั้นเป็น "ความเสียหายในทางทรัพย์สิน" ที่เกิดจากการกระทำความผิดอาญาตามฟ้อง เพราะสิทธิเรียกร้องทางแพ่งดังกล่าวนับเป็นมรดกตกทอดที่ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องจัดการและเรียกคืนเข้ากองมรดกเพื่อประโยชน์ของทายาทครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








