ปั๊มลายนิ้วมือทำพินัยกรรมตอนป่วยหนักหลงลืม ศาลฎีกาชี้เป็นโมฆะ!
ปั๊มลายนิ้วมือทำพินัยกรรมตอนป่วยหนักหลงลืม ศาลฎีกาชี้เป็นโมฆะ!
การทำพินัยกรรมขณะที่เจ้ามรดกมีอายุมาก ชราภาพ และป่วยหนักจนไม่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ต่อให้มีการพิมพ์ลายนิ้วมือและมีพยานลงลายมือชื่อเซ็นรับรองครบถ้วนตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนดก็ตาม หากพยานหลักฐานสืบได้ว่าเจ้ามรดกไม่สามารถรับรู้สาระสำคัญของพินัยกรรมได้ พินัยกรรมฉบับนั้นจะ ตกเป็นโมฆะทันที
คำพิพากษาฎีกาที่ 574-575/2567 เป็นคดีแย่งมรดกของหญิงวัย 89 ปี ที่ป่วยหนักวิกฤตหลายโรค ทั้งมะเร็งระยะสุดท้าย น้ำท่วมปอด หายใจล้มเหลว และมีอาการสมองหลงลืมเพ้อจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ข้อเท็จจริงพบว่า หลังออกจากโรงพยาบาลได้เพียงไม่กี่วัน ผู้คัดค้านได้พาตัวผู้ตายไปอยู่บ้านพักของพี่สาวตนเอง (ซึ่งเคยมีคดีความฟ้องร้องเรื่องปลอมพินัยกรรมกับผู้ตายมาก่อน) แล้วจัดทำพินัยกรรมให้ผู้ตายปั๊มลายนิ้วมือยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ตนเองภายในเวลาแค่ 4 วัน
นอกจากนี้ ยังพบพิรุธสำคัญว่า ผู้คัดค้านได้ซื้อบ้านพร้อมที่ดินเปย์ให้ลูกสาวของพยานที่ลงชื่อในพินัยกรรมโดยไม่มีหนี้สินต่อกัน และหลังทำพินัยกรรมไม่นาน ผู้คัดค้านกลับไปยื่นเรื่องต่อศาลขอให้สั่งผู้ตายเป็นคนไร้ความสามารถ ยิ่งเสมือนเป็นการยอมรับว่าผู้ตายไม่มีสติสัมปชัญญะมานานแล้ว
หลักกฎหมายและการวินิจฉัยของศาลฎีกา
ศาลฎีกาได้พิจารณาพยานหลักฐานทางแพทย์และเอกสารประวัติการรักษาอย่างละเอียด ยืนยันว่าเจ้ามรดกป่วยหนักเกินกว่าจะรับรู้สติสมบูรณ์ จึงวางบรรทัดฐานสำคัญไว้ 2 ประการ:
1. พินัยกรรมเป็นโมฆะ: เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะทำพินัยกรรมเจ้ามรดกป่วยหนักและชราภาพมากจนไม่อาจขัดขืนและไม่สามารถรับรู้สาระสำคัญของพินัยกรรมที่จัดทำขึ้นได้ พินัยกรรมฉบับดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ
2. ผู้ถือพินัยกรรมไม่มีอำนาจคัดค้าน: เมื่อพินัยกรรมเป็นโมฆะ ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ทายาทและไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะมาร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 ทั้งไม่ใช่ผู้ถูกโต้แย้งสิทธิตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ที่จะมาคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดกได้
ในส่วนของฝั่งผู้ร้อง แม้จะมีเอกสารทะเบียนสมรสเดิมระบุชื่อบิดามารดาของเจ้ามรดกไม่ตรงกัน แต่ทนายความฝั่งผู้ร้องสามารถนำสืบพยานเอกสารทางทะเบียนที่ดินย้อนหลังอย่างแน่นหนา มีการยืนยันการขอรับมรดกและออกใบแทนโฉมที่ดินร่วมกันในอดีต รวมถึงมีบันทึกรับรองจากทางเทศบาลว่าชื่อเดิมกับชื่อใหม่ของเจ้ามรดกคือบุคคลเดียวกัน ศาลฎีกาจึงรับฟังว่าผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับเจ้ามรดกจริง มีฐานะเป็นทายาทโดยธรรม และมีอำนาจตั้งนาง พ. เป็นผู้จัดการมรดกได้ตามกฎหมาย
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ว่า การทำพินัยกรรมกับผู้สูงอายุที่ป่วยหนักต้องโปร่งใสและกระทำในขณะที่ผู้ทำมีสติสมบูรณ์จริง ๆ หากมีการใช้อำนาจบังคับทางอ้อมหรือใช้จังหวะที่ผู้ป่วยไม่รับรู้เรื่องราวมาแอบอ้างให้พิมพ์ลายนิ้วมือ พยานหลักฐานทางการแพทย์และพฤติการณ์แวดล้อมที่ผิดปกติ จะเป็นสิ่งสำคัญที่ศาลนำมาใช้สืบหาความจริงเพื่อเพิกถอนพินัยกรรมที่ไม่ชอบธรรมครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








