ทำละเมิดจริงแต่ความเสียหายยังไม่เกิด ผู้ทำละเมิดต้องรับผิดชดใช้ไหม พร้อมเจาะลึกการนับอายุความละเมิด

ทำละเมิดจริงแต่ความเสียหายยังไม่เกิด ผู้ทำละเมิดต้องรับผิดชดใช้ไหม พร้อมเจาะลึกการนับอายุความละเมิด

          ในการดำเนินคดีแพ่งเรื่องละเมิด ประเด็นเรื่อง "จุดเริ่มต้นของการนับอายุความ" มักเป็นข้อต่อสู้ที่สำคัญและเกิดความเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่มีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกิดขึ้นแล้ว แต่ความเสียหายจริงยังไม่ปรากฏทันที ศาลฎีกาได้วางหลักกฎหมายที่ชัดเจนไว้ใน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2562 เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ต้องเสียหาย

1. องค์ประกอบละเมิด: "การกระทำผิดกฎหมาย" กับ "ความเสียหาย" เป็นคนละเรื่องกัน

          ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 วางหลักว่า การกระทำละเมิดจะต้องประกอบด้วยการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย และต้องส่งผลให้เกิดความเสียหาย แก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด

          ศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักไว้ว่า "การกระทำผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียว หากยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายจริง ความรับผิดในมูลละเมิดก็ยังไม่เกิดขึ้น"

           เมื่อความรับผิดยังไม่เกิด ผู้ทำละเมิดก็ยังไม่มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ผู้ต้องเสียหายจึงยังไม่มี "สิทธิเรียกร้อง" ที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาลได้ตามกฎหมาย

2. จุดเริ่มต้นการนับอายุความละเมิด 1 ปี

          ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้อายุความละเมิดมีกำหนด 1 ปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหาย "รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน"

          จากหลักการในข้างต้น ศาลฎีกาจึงตีความคำว่า "รู้ถึงการละเมิด" ไว้โดยเฉพาะว่า  ไม่อาจหมายถึงเพียงแค่วันที่รู้ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องหมายถึง "วันที่ความเสียหายเกิดขึ้นจริง" และผู้ต้องเสียหายได้รู้ถึงความเสียหายนั้น

          ตัวอย่างเช่น หากมีการขุดดินหรือดัดแปลงอาคารโดยฝ่าฝืนกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม (วันทำผิดกฎหมาย) แต่ตัวบ้านข้างเคียงยังไม่ได้รับความเสียหาย จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 1 ธันวาคม ดินเกิดการทรุดตัวและทำให้ผนังบ้านข้างเคียงแตกร้าว (วันที่เกิดความเสียหายจริง) สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจะเพิ่งเกิดขึ้นในวันที่ 1 ธันวาคม และต้องเริ่มนับอายุความ 1 ปีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป ไม่ใช่นับจากวันที่ 1 มกราคม

3. การปรับใช้กับการฟ้องทายาทรับมรดก และคำขอให้ป้องกันความเสียหาย

          ผลจากการที่สิทธิเรียกร้องเพิ่งเกิดขึ้นในวันที่เกิดความเสียหายจริง ทำให้เกิดผลในทางกฎหมายที่สำคัญอีก 2 ประการตามคำพิพากษาฎีกานี้

          1.อายุความฟ้องมรดก 1 ปี (มาตรา 1754 วรรคสาม): แม้เจ้ามรดก (ผู้ทำละเมิด) จะเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นหลายปี แต่เมื่อความเสียหายเพิ่งจะเกิดขึ้นในภายหลัง วันที่สิทธิเรียกร้องเกิดขึ้นจึงถือเป็นวันที่เจ้าหนี้ "รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก" ไปในตัว การฟ้องทายาทให้ร่วมรับผิดชอบภายใน 1 ปีนับจากวันที่เกิดความเสียหายจึงยังไม่ขาดอายุความ

          2.คำสั่งให้ป้องกันความเสียหายในอนาคต: คำขอให้บังคับจำเลยทำกำแพงป้องกันดินทรุดพังทลายในแนวเขตถนนสาธารณะ ไม่ใช่การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากการละเมิดในอดีต จึงไม่มีกฎหมายเรื่องอายุความละเมิดมาบังคับใช้โดยเฉพาะ แต่ต้องใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตามมาตรา 193/30

          ดังนั้น หลักเรื่อง "ไม่มีความเสียหาย ไม่มีละเมิด" เป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้หรือรักษาสิทธิในคดีละเมิด หากการกระทำเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่วัตถุหรือทรัพย์สินเพิ่งมาพังทลายหรือเกิดความเสียหายขึ้นในภายหลัง อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคดีขาดอายุความ 1 ปี เพราะอายุความที่แท้จริงจะเริ่มนับเมื่อ "รู้ตัวผู้ทำผิด + ความเสียหายเกิดขึ้นจริง" เท่านั้นครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 670,781