ตัวแทนรู้ว่าเจ้ามรดกตาย ถือว่าตัวการรู้ด้วยหรือไม่ และมีผลต่อการนับอายุความมรดกอย่างไร ?

ตัวแทนรู้ว่าเจ้ามรดกตาย ถือว่าตัวการรู้ด้วยหรือไม่ และมีผลต่อการนับอายุความมรดกอย่างไร ?

          ในการฟ้องร้องเรียกร้องหนี้สินจากกองมรดกหรือทายาทของผู้ตาย ปัญหาข้อกฎหมายเรื่อง “อายุความมรดก” ถือเป็นข้อต่อสู้ที่สำคัญและพบได้บ่อยที่สุดประการหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ได้วางหลักเกณฑ์ไว้ว่า สิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกนั้น เจ้าหนี้ต้องนำคดีมาฟ้องร้องภายในกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่วันที่เจ้าหนี้ได้รู้ หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก

          อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เจ้าหนี้เป็นนิติบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานของรัฐที่ต้องปฏิบัติงานผ่าน “ตัวแทน” หรือ “ผู้รับมอบอำนาจ” มักเกิดข้อโต้แย้งในทางปฏิบัติอยู่เสมอว่า จุดเริ่มต้นของการนับอายุความ 1 ปีนั้น ควรเริ่มนับตั้งแต่วันที่ “ผู้รับมอบอำนาจ” ได้รับทราบความจริง หรือต้องรอให้นับตั้งแต่วันที่ “ตัวการ” หรือผู้มีอำนาจสูงสุดขององค์กรได้รับรายงานอย่างเป็นทางการกันแน่

          คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2569 ได้วางแนวบรรทัดฐานทางกฎหมายในเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน โดยพิพากษาว่า การรับรู้ของผู้รับมอบอำนาจในขอบเขตหน้าที่ ย่อมผูกพันและถือเป็นการรับรู้ของตัวการทันที

          คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ นายชัยยัน ได้เข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวยของกรมการขนส่งทางบก (โจทก์) ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น และเป็นผู้ชนะการประมูล แต่ต่อมานายชัยยันไม่นำเงินมาชำระตามกำหนด โจทก์จึงต้องนำหมายเลขทะเบียนดังกล่าวออกประมูลใหม่ ซึ่งได้ราคาต่ำกว่าเดิม ทำให้เกิดหนี้ค่าเสียหายส่วนต่างที่นายชัยยันต้องรับผิดชอบ ต่อมานายชัยยันได้ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560

          กระทั่งวันที่ 26 มีนาคม 2564 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ตัวการ) ได้ออกคำสั่งมอบอำนาจให้ “ขนส่งจังหวัด” ทุกจังหวัด มีอำนาจปฏิบัติราชการแทนในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ขนส่งจังหวัดขอนแก่น (ผู้รับมอบอำนาจ) ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรและพบว่านายชัยยันเสียชีวิตแล้ว จากนั้นขนส่งจังหวัดขอนแก่นจึงทำหนังสือรายงานให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกทราบในวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 และโจทก์ได้นำคดีมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากทายาทของนายชัยยัน (จำเลย) ในวันที่ 8 มิถุนายน 2566

          ประเด็นสำคัญที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยคือ คดีของโจทก์ขาดอายุความมรดก 1 ปีตามกฎหมายแล้วหรือไม่ โดยโจทก์พยายามอ้างว่า ต้องนับอายุความตั้งแต่วันที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้รับรายงาน (5 กรกฎาคม 2565) ซึ่งหากนับจากวันดังกล่าว การฟ้องคดีในวันที่ 8 มิถุนายน 2566 จะยังไม่เกิน 1 ปี

          ศาลฎีกาวินิจฉัยวางหลักไว้ว่า เมื่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบกได้มีคำสั่งมอบอำนาจให้ขนส่งจังหวัดขอนแก่นปฏิบัติราชการแทนในการดำเนินคดีเกี่ยวกับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถแล้ว การที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่นตรวจสอบราษฎรและรู้ถึงความตายของลูกหนี้ ย่อมถือเป็นการรับรู้ที่อยู่ในขอบเขตตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจโดยตรง กรณีจึงต้องฟังว่า โจทก์ (ตัวการ) ได้รู้ถึงความตายของลูกหนี้ตั้งแต่วันที่ขนส่งจังหวัดขอนแก่น (ตัวแทน) ตรวจพบแล้ว คือวันที่ 17 ธันวาคม 2564 หาใช่วันที่รายงานให้อธิบดีทราบไม่

          เมื่อนับจากวันที่ 17 ธันวาคม 2564 จนถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคดี (8 มิถุนายน 2566) ระยะเวลาได้ล่วงเลยเกินกว่า 1 ปีแล้ว สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ศาลฎีกาจึงพิพากษายกฟ้อง ทำให้ทายาทไม่ต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว

          บทสรุปของเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจบรรดาเจ้าหนี้ ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลว่า ความรู้ของตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจในขอบเขตหน้าที่ ย่อมผูกพันตัวการทันทีโดยผลของกฎหมาย การปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไปโดยอ้างขั้นตอนการรายงานภายใน อาจทำให้สิทธิเรียกร้องที่มีอยู่ต้องสูญเสียไปอย่างน่าเสียดายเนื่องจากคดีขาดอายุความ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

Visitors: 670,613