ผู้ให้เช่าซื้อส่งมอบรถในสภาพไม่พร้อมใช้งาน ถ้าเอารถไปคืนจะถูกฟ้องเรียกเงินไหม

ผู้ให้เช่าซื้อส่งมอบรถในสภาพไม่พร้อมใช้งาน ถ้าเอารถไปคืนจะถูกฟ้องเรียกเงินไหม

 (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2568)

          ปัญหาเต็นท์รถหรือบริษัทไฟแนนซ์ปล่อยเช่าซื้อรถยนต์ที่สภาพไม่พร้อมใช้งาน เป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้ผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน หลายครั้งที่ลูกหนี้เช่าซื้อรถมาได้เพียงไม่กี่วัน รถก็เกิดอาการ "พัง" จนต้องส่งซ่อม และเมื่อลูกหนี้ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าซ่อมมหาโหด ไฟแนนซ์กลับยึดรถไว้แล้วหันมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและค่าขาดราคาจากลูกหนี้

          คำถามคือ ในสถานการณ์ที่ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบเช่นนี้ กฎหมายจะคุ้มครองอย่างไร? คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2568 (ซึ่งเป็นแนวบรรทัดฐานใหม่ล่าสุด) ได้วางหลักกฎหมายที่ถือเป็น "เกราะป้องกัน" ชิ้นสำคัญให้กับผู้บริโภคไว้อย่างน่าสนใจ

          ข้อเท็จจริงในคดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เช่าซื้อ (จำเลยที่ 1) ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกจากไฟแนนซ์ (โจทก์) แต่หลังจากรับรถไปใช้งานได้เพียง 1 เดือนเศษ รถบรรทุกคันดังกล่าวก็เกิดพังจนต้องนำกลับมาเข้าซ่อมที่อู่ของไฟแนนซ์เอง การซ่อมครั้งนี้ใช้เวลายาวนานเกือบ 2 เดือน และมีบิลค่าอะไหล่ ค่าวัสดุภัณฑ์ และอื่นๆ งอกขึ้นมาเป็นเงินสูงถึง 55,621.81 บาท

          ปัญหาเกิดเมื่อไฟแนนซ์ซ่อมเสร็จ แต่กลับแจ้งให้ผู้เช่าซื้อเป็นคนจ่ายค่าซ่อม ผู้เช่าซื้อจึงไม่ยอมจ่ายและไม่ได้รับรถคืน ไฟแนนซ์จึงถือโอกาสนี้อ้างว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่างวด และดำเนินการยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกทั้ง "ค่าขาดราคา" และ "ค่าขาดประโยชน์"

          เมื่อคดีขึ้นสู่ศาล ศาลฎีกาได้วิเคราะห์พฤติการณ์และปรับใช้ข้อกฎหมายอย่างละเอียด โดยพลิกเกมให้ฝ่ายผู้บริโภคเป็นผู้ชนะคดี ด้วยเหตุผลหลัก 4 ประการ ดังนี้

          1. รถพังหนัก เป็นความรับผิดชอบของไฟแนนซ์ ตามกฎหมายเช่าซื้อและกฎหมายเช่าทรัพย์ (มาตรา 572, 537 และ 546) ผู้ให้เช่าซื้อมี "หน้าที่" ต้องส่งมอบรถในสภาพที่เหมาะสมแก่การใช้งานและซ่อมแซมดีแล้ว การที่รถพังจนต้องเสียค่าซ่อมหลักหมื่นและจอดซ่อมนานถึง 2 เดือน ถือเป็น "ความชำรุดบกพร่อง" ที่ไฟแนนซ์ต้องรับผิดชอบ (มาตรา 550) จะมาอ้างว่าเป็นแค่การบำรุงรักษาตามปกติหรือซ่อมแซมเล็กน้อยที่ลูกหนี้ต้องจ่ายเอง (ตามมาตรา 547) ไม่ได้เด็ดขาด

          2. ไฟแนนซ์ไม่คืนรถ ลูกหนี้มีสิทธิ "งดจ่ายค่างวด" เมื่อไฟแนนซ์ซ่อมรถเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมส่งมอบรถคืนให้ผู้เช่าซื้อ กฎหมายมองว่าสัญญาเช่าซื้อคือ "สัญญาต่างตอบแทน" เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมชำระหนี้ (ไม่ยอมคืนรถ) ผู้เช่าซื้อย่อมมีสิทธิที่จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชำระค่างวดได้ตามหลักกฎหมาย (มาตรา 369) การหยุดจ่ายค่างวดในสถานการณ์นี้ ไม่ถือว่าลูกหนี้ผิดนัดหรือผิดสัญญา แต่เป็นฝ่ายไฟแนนซ์ต่างหากที่ผิดสัญญา

          3. การทิ้งรถไว้ที่อู่ ถือเป็นการ "บอกเลิกสัญญา" โดยชอบแล้ว การที่ผู้เช่าซื้อนำรถไปซ่อมที่ศูนย์ของไฟแนนซ์ แล้วไฟแนนซ์มาเรียกเก็บค่าซ่อมอย่างไม่เป็นธรรม ผู้เช่าซื้อจึงไม่จ่ายและไม่รับรถคืน พฤติการณ์เช่นนี้ศาลฎีกามองว่า เทียบเท่ากับการที่ผู้เช่าซื้อได้ "ส่งมอบรถคืน" ให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อ อันเป็นการใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อตามมาตรา 573 อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

          4. ธุรกิจดำเนินไปโดยไม่สุจริต ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้ ประเด็นนี้ศาลฎีกาได้นำ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 12 มาปรับใช้ลงดาบไฟแนนซ์อย่างเด็ดขาด โดยชี้ให้เห็นว่า การที่ไฟแนนซ์ครอบครองรถบรรทุกไว้ตลอดมา แถมยังบีบให้ลูกหนี้จ่ายค่าซ่อมทั้งที่ลูกหนี้ไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย ซ้ำยังมาฟ้องเป็นคดีนี้ ถือเป็นการกระทำที่ "ไม่สุจริต" และขัดต่อมาตรฐานทางการค้าภายใต้ระบบธุรกิจที่เป็นธรรม

          เมื่อไฟแนนซ์เป็นฝ่ายผิดสัญญาส่งมอบรถในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน และผู้เช่าซื้อไม่ได้ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในรถคันดังกล่าว ศาลฎีกาจึงพิพากษาว่า ผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิดชดใช้ "ค่าขาดราคา" และ "ค่าขาดประโยชน์" ใดๆ ทั้งสิ้นให้แก่ไฟแนนซ์

          คดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานที่สร้างความยุติธรรมให้แก่ผู้บริโภคอย่างมาก หากคุณทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์แล้วพบว่ารถมีสภาพชำรุดบกพร่องอย่างหนักตั้งแต่แรกรับมา กฎหมายจะยืนอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถปัดความรับผิดชอบเรื่องค่าซ่อม แล้วอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมายึดรถและฟ้องเรียกค่าเสียหายอย่างเอาเปรียบได้อีกต่อไปครับ

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว

 

 

 

Visitors: 665,367