เซ็นสัญญากู้แทนเพื่อน แม้เพื่อนจะรู้เห็นและยอมรับเงินไป ศาลฎีกาชี้ผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ
เซ็นสัญญากู้แทนเพื่อน แม้เพื่อนจะรู้เห็นและยอมรับเงินไป ศาลฎีกาชี้ผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ
การช่วยเหลือเพื่อนพ้องหรือคนรู้จักในเรื่องการทำเอกสารกู้หนี้ยืมสิน มักเกิดขึ้นด้วยความไว้ใจและคิดว่าเป็นเรื่องภายในที่ตกลงกันได้ ทว่าในแง่มุมของกฎหมายอาญา การ "จรดปากกาเซ็นชื่อแทนบุคคลอื่น" ลงในเอกสารสำคัญ แม้เจ้าตัวจะรู้เห็นเป็นใจด้วยก็ตาม พฤติกรรมนี้อาจกลายเป็นความผิดร้ายแรงฐานปลอมเอกสารสิทธิที่มีโทษจำคุกทันทีโดยที่คุณคาดไม่ถึง คำพิพากษาฎีกาที่ 5612/2567 ได้วางหลักเกณฑ์เตือนสติเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารกู้เงินไว้อย่างเฉียบขาดและน่าสนใจครับ
จุดเริ่มต้นของคดี แอบเซ็นชื่อกู้เงินสหกรณ์แทนเพื่อน ความแตกตอนขึ้นศาล
คดีนี้จำเลยที่ 2 ได้ทำการกรอกข้อความและ "ลงลายมือชื่อปลอม" ของผู้เสียหายที่ 2 ในช่องผู้กู้ยืมเงินและผู้รับเงิน ในเอกสารคำขอกู้ยืมเงินและหนังสือกู้เงินรวม 2 ชุด เพื่อนำไปยื่นกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ (ผู้เสียหายที่ 1)
เรื่องราวมาพลิกผันในชั้นศาล เมื่อผู้เสียหายที่ 2 (เจ้าของชื่อที่ถูกปลอม) ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมเพื่อฟ้องเอาผิดจำเลยที่ 2 แต่ทางนำสืบและการพิจารณาของศาลอุทธรณ์กลับพบความจริงว่า "ผู้เสียหายที่ 2 รู้เห็นยินยอมให้จำเลยที่ 2 เซ็นชื่อปลอมแทนมาตั้งแต่แรก และผู้เสียหายที่ 2 เองนั่นแหละที่เป็นคนรับเงินกู้ทั้งสองก้อนนั้นไปใช้"
เมื่อความจริงเปิดเผย จำเลยที่ 2 จึงยื่นฎีกาต่อสู้ว่า ในเมื่อเพื่อนก็รู้เรื่อง แถมสหกรณ์ก็ยังไม่ได้อนุมัติเงินในขณะที่เซ็น และตนเองก็ไม่ได้เงินสักบาท เอกสารที่เซ็นไปจึงควรเป็นแค่ "คำขอกู้" (คำเสนอ) ไม่ใช่สัญญากู้ยืมเงิน และไม่น่าจะทำให้ใครเสียหาย ตนจึงไม่ควรมีความผิด
ประเด็นที่ 1 "คำขอกู้ + สัญญากู้" ในใบเดียวกัน ถือเป็น "เอกสารสิทธิ"
จำเลยที่ 2 พยายามสู้ว่าเอกสารที่ตนเขียนเป็นเพียง "คำขอกู้" ซึ่งมีลักษณะเป็นแค่คำเสนอขอแต่งตั้งสิทธิ์ ตราบใดที่สหกรณ์ยังไม่ได้เซ็นอนุมัติ สัญญาก็ยังไม่เกิด จึงไม่เข้าข่ายเป็นเอกสารสิทธิ
แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยหักล้างข้อต่อสู้นี้ว่า แม้หัวกระดาษจะระบุว่าเป็นคำขอกู้และต้องรอการอนุมัติ แต่เนื้อหาภายในเอกสารระบุชัดเจนว่าผู้กู้ตกลงผูกพันและจะชดใช้เงินคืนพร้อมดอกเบี้ย บ่งชี้ว่าคู่สัญญาเจตนาให้ใช้เอกสารฉบับนี้เป็นทั้งคำขอและสัญญากู้ยืมเงินไปในตัวเพื่อเป็นหลักฐานแห่งสิทธิและหน้าที่ โดยสภาพของเอกสารจึงถือเป็น "เอกสารสิทธิ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) แล้ว และการที่สหกรณ์ยังไม่ได้อนุมัติเงินในขณะนั้น ก็ไม่ได้ทำให้สถานะความเป็นเอกสารสิทธิสูญเสียไป
ประเด็นที่ 2 เจ้าตัวยอมให้เซ็นแทน แต่ "สหกรณ์" เสียหาย ความผิดสำเร็จทันที
ปมกฎหมายที่น่าสนใจคือ จำเลยอ้างว่าเพื่อน (ผู้เสียหายที่ 2) ยินยอมให้เซ็นแทนและรับเงินไปเอง แล้วจะถือว่ามีใครเสียหายได้อย่างไร?
ศาลฎีกาวางหลักเกณฑ์ว่า ความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา 264 วรรคแรก บัญญัติไว้ว่า "โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" ซึ่งคำว่า "น่าจะเกิดความเสียหาย" เป็นพฤติการณ์ประกอบการกระทำ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ต้องเกิดขึ้นจริง เพียงแค่ทำแล้วมีแนวโน้มว่าจะเกิดความเสียหาย ความผิดก็สำเร็จทันที
ในคดีนี้ สหกรณ์ (ผู้เสียหายที่ 1) ในฐานะเจ้าหนี้ พึงได้รับการคุ้มครองให้มีหลักฐานการกู้ยืมที่ถูกต้องแท้จริง เพื่อใช้บังคับคดีตามกฎหมายได้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง การที่จำเลยที่ 2 นำลายมือชื่อปลอมเข้าสู่ระบบของสหกรณ์ ย่อมทำให้เกิดความไม่มั่นคงในสัญญาและน่าจะเกิดความเสียหายแก่สหกรณ์แล้ว แม้ตัวเพื่อนจะยินยอม หรือจำเลยจะไม่ได้รับเงินเลยสักบาท จำเลยที่ 2 ก็มีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิครบองค์ประกอบความผิด
ผลของคดี ศาลฎีกาได้ตัดสินใน 2 ส่วนสำคัญคือ
- ยกคำร้องโจทก์ร่วม: ศาลชี้ว่าในเมื่อผู้เสียหายที่ 2 รู้เห็นเป็นใจให้เขาปลอมชื่อ แถมยังเอาเงินกู้ไปใช้เอง ย่อมถือไม่ได้ว่าตนเองเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยตามกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิ์สะเออะมาขอร่วมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลย
- แก้โทษให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา): แม้จำเลยที่ 2 จะมีความผิดจริงศาลสั่งจำคุก 8 เดือน แต่เมื่อศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แล้วพบว่า สหกรณ์ได้ทำการหักเงินปันผลและหักเงินเดือนของผู้เสียหายที่ 2 เพื่อผ่อนชำระหนี้จน "ครบถ้วนเต็มจำนวนแล้ว" สหกรณ์จึงไม่ได้สูญเสียทรัพย์สินจริง พฤติการณ์จึงไม่ร้ายแรง ศาลฎีกาจึงปรานีแก้โทษเป็น ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี แต่สั่งปรับเงิน 12,000 บาทแทนเพื่อให้หลาบจำครับ
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer








