จ่ายเงินหลังวันทำสัญญาไม่ใช่มัดจำศาลชี้ริบไม่ได้ แม้เขียนล็อกในสัญญาก็ตาม

จ่ายเงินหลังวันทำสัญญาไม่ใช่ "มัดจำ" ศาลชี้ริบไม่ได้ แม้เขียนล็อกในสัญญาก็ตาม

          สัญญาจะซื้อจะขายพืชผลทางการเกษตรล่วงหน้า หรือสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ มักมีการเขียนระบุเรื่อง "เงินมัดจำ" เอาไว้เป็นจำนวนเงินสูงๆ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นใจว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบี้ยวสัญญา อีกฝ่ายจะมีสิทธิริบเงินก้อนนั้นได้ทันที

         ทว่าในทางกฎหมาย คำว่า "มัดจำ" มีคำจำกัดความและเงื่อนไขที่เฉียบขาดมาก หากส่งมอบเงินไม่ถูกที่ถูกเวลา ต่อให้ในสัญญาจะเขียนเน้นย้ำตีตราว่าเป็นเงินมัดจำสักกี่แสนบาท กฎหมายก็ไม่ถือว่าเป็นมัดจำและไม่มีสิทธิริบ ดังเช่นข้อพิพาทในคำพิพากษาฎีกาที่ 2478/2565 ครับ

ชนวนเหตุ สัญญาซื้อลำไยล่วงหน้า ผ่อนจ่ายมัดจำทีหลัง

          โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อผลลำไยล่วงหน้าจากสวนของจำเลย (ซื้อเฉพาะช่อดีเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 4 ในราคากิโลกรัมละ 37 บาท) โดยในสัญญามีข้อตกลงระบุว่า โจทก์จะให้เงินมัดจำแก่จำเลยรวม 1,000,000 บาท แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ โดยงวดแรกจะชำระในวันทำสัญญา 500,000 บาท

           แต่ในข้อเท็จจริง วันที่จรดปากกาเซ็นสัญญากันนั้น โจทก์ไม่ได้ส่งมอบเงินสด 500,000 บาทให้จำเลยทันที แต่ให้จำเลยมารับเงินก้อนนี้ในอีก 5 วันถัดมา (ทำสัญญาซื้อมันวันที่ 20 มกราคม แต่รับเงินจริงวันที่ 25 มกราคม)

           ต่อมาเมื่อถึงกำหนดเก็บเกี่ยว คนงานของโจทก์เข้าไปเก็บลำไยได้เพียงบางส่วน คิดเป็นเงิน 76,165 บาท จากนั้นเกิดข้อพิพาทกันจนโจทก์ไม่เก็บต่อ และมาฟ้องเรียกเงินส่วนต่างที่เหลือคืนจากจำเลยเป็นเงิน 423,835 บาท

           ฝ่ายจำเลย (เจ้าของสวน) ต่อสู้และปฏิเสธไม่ยอมคืนเงิน โดยอ้างว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ยอมเก็บลำไยให้หมดสวน ตนเองจึงมีสิทธิ "ริบเงิน 500,000 บาท" ทั้งหมดในฐานะที่เป็นเงินมัดจำตามที่เขียนไว้ในสัญญา

ปมกฎหมาย "มัดจำ" ต้องยื่นหมูยื่นแมวในวินาทีทำสัญญาเท่านั้น

          ศาลฎีกาได้นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า "เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ..." มาตีความหลักการข้อนี้อย่างตรงไปตรงมา

          ศาลฎีกาวางแนวทางไว้ชัดเจนว่า คำว่า "เมื่อเข้าทำสัญญา...ได้ให้ไว้" หมายความว่า เงินมัดจำจะต้องเป็นทรัพย์สินที่ส่งมอบให้แก่กันในขณะหรือในวันทำสัญญาเท่านั้น เพื่อเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้วและเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญา

         เมื่อคดีนี้ในวันเซ็นสัญญา โจทก์ไม่ได้ยื่นเงินสดให้จำเลยติดมือกลับไปเลย แต่จำเลยเพิ่งจะได้รับเงินในวันหลัง เงินก้อน 500,000 บาทนี้ จึงไม่ใช่เงินมัดจำตามกฎหมาย แต่เป็นเพียง "เงินค่าซื้อผลลำไยล่วงหน้า" ที่ทยอยจ่ายให้ล่วงหน้าเท่านั้น

           บทเรียนราคาแพง ต่อให้ในตัวสัญญาจะเขียนคำว่า "เงินมัดจำ" ไว้อย่างชัดเจน และตกลงแบ่งงวดชำระกันอย่างไร แต่ถ้าเงินนั้นไม่ได้ถูกยื่นส่งมอบกันในวินาทีที่ทำสัญญา ในทางกฎหมายจะไม่ถือว่าเป็นมัดจำทันที ผลคือ "จำเลยไม่มีสิทธิริบเงินก้อนนี้ในฐานะมัดจำได้เลย" ไม่ว่าโจทก์จะเป็นฝ่ายผิดสัญญาจริงตามที่จำเลยอ้างหรือไม่ก็ตาม
           (หมายเหตุ: หากโจทก์ผิดสัญญาจริง จำเลยมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจริงที่เกิดขึ้นแยกต่างหากได้ แต่จะใช้สิทธิยึดเงิน 500,000 บาทนี้ไว้ดื้อๆ โดยอ้างว่าริบมัดจำไม่ได้ครับ)

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว ทนายใกล้ตัว Closelawyer

 

 

Visitors: 667,341