ท้องแล้วทิ้งไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฝ่ายหญิงฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรได้หรือไม่
ท้องแล้วทิ้ง ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฝ่ายหญิงฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรได้หรือไม่
“ทำหนูท้องแล้วไม่รับเป็นพ่อเด็ก”
“เขาหนีไปมีคนใหม่ ไม่ยอมส่งเสียเลี้ยงดูลูกเลย”
“ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตอนนี้เขาพาลูกหนีและไม่ยอมให้หนูเจอหน้าลูก ทำยังไงดีคะ?”
ปัญหาโลกแตกที่ทำเอาคนเป็นแม่หลายคนมืดแปดด้านและเสียน้ำตามานักต่อนัก ในยุคที่ความสัมพันธ์เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเกิดความผิดพลาดจนตั้งครรภ์ ฝ่ายหญิงมักกลายเป็นผู้ที่ต้องแบกรับภาระการเลี้ยงดูบุตรเพียงลำพัง ในขณะที่ฝ่ายชายบางคนเลือกที่จะเดินหนีและปัดความรับผิดชอบ
คำถามคือ... ในเมื่อ "ไม่ได้จดทะเบียนสมรส" ฝ่ายหญิงจะมีสิทธิเรียกร้องความรับผิดชอบทางกฎหมายจากฝ่ายชายที่ทิ้งไข่ไว้ได้หรือไม่? คำตอบคือ "ทำได้ครับ" แต่ต้องทำตามขั้นตอนทางกฎหมายดังนี้
1. สถานะของลูกเมื่อพ่อแม่ "ไม่ได้จดทะเบียนสมรส"
สิ่งแรกที่คนเป็นแม่ต้องรู้คือ ตามกฎหมาย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546) เด็กที่เกิดจากหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียว นั่นหมายความว่า สิทธิในการปกครองดูแลลูกอยู่ที่คุณแม่ 100% ฝ่ายชายไม่มีสิทธิมาพาลูกหนีหรือกีดกันไม่ให้คุณเจอหน้าลูกเด็ดขาด!
2. วิธีทำให้ฝ่ายชายต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
แม้เด็กจะเป็นลูกของแม่ฝ่ายเดียว แต่กฎหมายก็เปิดทางให้เราสามารถดึงฝ่ายชายมารับผิดชอบได้ (ตามมาตรา 1547) โดยเด็กจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชายได้ใน 3 กรณี คือ
1). พ่อแม่ไปจดทะเบียนสมรสกันในภายหลัง
2). ฝ่ายชายไปจดทะเบียนรับรองบุตร (ที่ว่าการอำเภอ)
3). ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร (นี่คือไม้ตายในกรณีที่ฝ่ายชายหนีและไม่ยอมรับ)
3. ฟ้องศาลให้รับเป็นพ่อ ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง?
หากคุยกันไม่รู้เรื่อง ฝ่ายหญิงสามารถยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งว่าเด็กเป็นลูกของเขา และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรไปพร้อมๆ กันได้เลย โดยศาลจะพิจารณาจากข้อพฤติการณ์ต่างๆ (ตามมาตรา 1555) เช่น เอกสาร/สูติบัตร มีชื่อฝ่ายชายเป็นบิดาในใบเกิด หรือมีเอกสาร แชทไลน์ การโอนเงิน ที่ฝ่ายชายแสดงออกว่ายอมรับเด็กเป็นลูก รวมถึง พฤติการณ์การอยู่กิน มีการอยู่กินฉันสามีภรรยาอย่างเปิดเผยในช่วงที่ตั้งครรภ์ หรือชาวบ้านทั่วไปรับรู้ว่านี่คือลูกของเขา หรืออีกกรณีคือ การตรวจ DNA เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและมัดตัวได้แน่นหนาที่สุดในปัจจุบัน (เข้าตามหลักเกณฑ์การร่วมประเวณีและเชื่อได้ว่าไม่ได้เป็นลูกชายอื่น)
4. สิทธิในการเรียกร้อง "ค่าอุปการะเลี้ยงดู"
เมื่อศาลมีคำสั่งให้เด็กเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชายแล้ว กฎหมาย (มาตรา 1564) กำหนดให้บิดามารดามีหน้าที่ต้องร่วมกันอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตร
ดังนั้น ฝ่ายหญิงสามารถเรียกร้อง "ค่าเลี้ยงดูบุตร" ย้อนหลังและล่วงหน้าจากฝ่ายชายได้ตามความเหมาะสมกับฐานะของฝ่ายชาย เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลลูกต่อไป
สรุปทิ้งท้าย
การเป็นซิงเกิลมัมไม่ใช่เรื่องง่าย และคุณไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระนี้ไว้เพียงลำพัง หากฝ่ายชายมีส่วนในการสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมา เขาก็ต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบตามกฎหมายเช่นกัน กฎหมายมีช่องทางในการปกป้องสิทธิของคุณและลูกเสมอครับ
ดูคลิปความรู้กฎหมายได้ที่
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
www.closelawyer.co.th
ทนายใกล้ตัว








