ซื้อที่ดินใส่ชื่อร่วมกัน แบ่งสัดส่วนชัดเจน จะเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว

ซื้อที่ดินใส่ชื่อร่วมกัน แบ่งสัดส่วนชัดเจน จะเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว

(คำพิพากษาฎีกาที่ 5054/2568)

          ในชีวิตคู่ การสร้างครอบครัวมักจะมาพร้อมกับการสร้างฐานะร่วมกัน ทรัพย์สินที่หามาได้ในระหว่างที่จดทะเบียนสมรส ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือที่ดิน ตามกฎหมายแล้วเรามักจะเข้าใจตรงกันว่ามันคือ "สินสมรส" ที่ทั้งสามีและภรรยาเป็นเจ้าของร่วมกันคนละครึ่ง แต่ในบางครอบครัวอาจจะมีการตกลงซื้อที่ดินโดยไปจดทะเบียนใส่ชื่อพ่อ แม่ และลูกๆ ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในโฉนดใบเดียวเพื่อเป็นทรัพย์สินของครอบครัว          

          แล้วถ้าสามีและภรรยาซื้อที่ดินมาในระหว่างสมรส แต่ตอนไปจดทะเบียนรับโอนได้ใส่ชื่อตัวเองร่วมกับลูกๆ โดยแบ่งสัดส่วนการถือกรรมสิทธิ์ของแต่ละคนไว้อย่างชัดเจนเท่าๆ กัน หากวันหนึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตลง อีกฝ่ายจะยังมีสิทธิไปฟ้องขอแบ่งที่ดินเฉพาะส่วนของผู้ตาย โดยอ้างว่าเป็น "สินสมรส" ที่ตนต้องได้สิทธิครึ่งหนึ่งอยู่อีกหรือไม่ วันนี้จะพาทุกคนมาคลายความสงสัยนี้กัน          

          ตามกฎหมาย ทรัพย์สินที่สามีภรรยาได้มาระหว่างสมรสย่อมตกเป็นสินสมรส แต่การที่สามีและภรรยาตกลงซื้อที่ดินแล้วจดทะเบียนใส่ชื่อตนเองทั้งสองคนร่วมกับบุคคลอื่น (เช่น บุตร) โดยระบุสัดส่วนการถือกรรมสิทธิ์ของแต่ละคนไว้อย่างชัดเจนแน่นอน พฤติการณ์เช่นนี้กฎหมายมองว่าเป็นการที่คู่สมรสตกลงกันเพื่อจัดการแบ่งปันสินสมรสนั้นให้เป็นสัดส่วน ถือเป็นการทำ "สัญญาระหว่างสมรส" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ซึ่งมีผลทำให้ที่ดินในส่วนที่ตกลงแบ่งกันนั้น เปลี่ยนสภาพจากสินสมรสกลายเป็น "สินส่วนตัว" ของแต่ละฝ่ายไปโดยปริยาย ตามมาตรา 1471 (3)          

          อธิบายให้เห็นภาพที่ชัดขึ้น สมมติว่า นาย A (สามี) และ นาง B (ภรรยา) ไปซื้อที่ดินมา 1 แปลงในระหว่างที่ยังจดทะเบียนสมรสกันอยู่ โดยตอนไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน ทั้งคู่ตกลงใส่ชื่อตัวเองและลูกๆ อีก 4 คน (รวมเป็น 6 คน) เป็นเจ้าของร่วมกัน โดยระบุชัดเจนในโฉนดว่าแต่ละคนมีกรรมสิทธิ์คนละ 1 ใน 6 ส่วนเท่าๆ กัน ต่อมานาง B เสียชีวิตลง นาย A จะไปฟ้องศาลเพื่อขอแบ่งกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1 ใน 6 ส่วนที่เป็นชื่อของนาง B โดยอ้างว่าที่ดินแปลงนี้ซื้อมาตอนแต่งงานจึงต้องเป็นสินสมรสครึ่งหนึ่ง แบบนี้ทำไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายถือว่าการที่ตกลงแบ่งชื่อกันคนละ 1 ใน 6 อย่างชัดเจนตั้งแต่แรก ถือเป็นการทำสัญญาระหว่างสมรสเพื่อยกที่ดินส่วนนั้นให้เป็นสินส่วนตัวของนาง B ไปแล้ว นาย A จึงไม่มีสิทธิมาฟ้องขอแบ่งที่ดินส่วนนี้ในฐานะสินสมรสได้อีก

          ดังปรากฏในคำพิพากษาฎีกาที่ 5054/2568 ที่ศาลได้วินิจฉัยว่า          

          “เมื่อโจทก์กับผู้ตายได้ที่ดินมาระหว่างสมรส โดยร่วมกับบุตร 4 คน ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับผู้ขายและจดทะเบียนใส่ชื่อทั้งโจทก์กับผู้ตายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินมีส่วนเท่ากัน ย่อมส่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์กับผู้ตายตกลงกันเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินของแต่ละคนโดยชัดเจนแน่นอน จึงมีลักษณะเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันในระหว่างสมรสอันเป็นสัญญาระหว่างสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 มีผลให้ที่ดินส่วนของโจทก์กับผู้ตายซึ่งเป็นสินสมรสได้จัดการแบ่งปันให้เป็นสัดส่วนชัดเจนโดยต่างฝ่ายต่างยกที่ดินส่วนของตนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นสินส่วนตัว ที่ดินเฉพาะส่วนที่ผู้ตายมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ 1 ใน 6 ส่วน จึงไม่ใช่สินสมรสของโจทก์กับผู้ตายแต่เป็นสินส่วนตัวของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 (3) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินดังกล่าว”

 

ปรึกษากฎหมายโทร

ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi

หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z

สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn

หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap

www.closelawyer.co.th

ทนายใกล้ตัว

 

 

 

Visitors: 664,850