HOW TO บังคับจำนอง

HOW TO บังคับจำนอง
เมื่อหนี้ประธานถึงกำหนดชำระแล้วและลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้จึงฟ้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก็ได้ หรือภายหลังจากที่หนี้ถึงกำหนดชำระผู้จำนองอาจเริ่มกระบวนการในการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาลก็ได้ โดยการบังคับจำนองถือเป็นกระบวนการที่กฎหมายกำหนดและวางหลักเกณฑ์เอาไว้เพื่อให้มีการบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์จำนองอันเป็นหลักประกันได้โดยมีกรณีดังนี้
การบังคับจำนองผ่านกระบวนการทางศาล โดยการฟ้องบังคับจำนองเอาทรัพย์ออกขายทอดตลาด
แยกเป็นกรณีดังต่อไปนี้
1) กรณีลูกหนี้นำทรัพย์สินของตนเข้ามาจำนองประกันหนี้ของตน
ในกรณีที่ทรัพย์ที่จำนองเป็นของลูกหนี้ เช่น ลูกหนี้จดทะเบียนจำนองที่ดินของตนแปลงหนึ่งไว้เพื่อประกันหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินที่ได้ทำไว้กับเจ้าหนี้ เป็นต้น แต่เดิมเจ้าหนี้ต้องมี “จดหมายบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3081/2545 ได้กล่าวไว้เพิ่มเติมว่าการบอกกล่าวบังคับจำนองนั้นตามมาตรา 728 ไม่ได้กำหนดว่าต้องทำตามแบบอย่างใดบ้าง ผู้รับจำนองเพียงแต่มีจดหมายบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันควร ก็ถือได้ว่าเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองที่ชอบด้วยบทมาตราดังกล่าวแล้ว
ในปัจจุบันได้แก้ไขโดยกำหนดให้การบอกกล่าวบังคับจำนอง เจ้าหนี้ผู้รับจำนองต้องมี “หนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้” ซึ่งการที่กฎหมายใช้คำว่า “หนังสือบอกกล่าว” และต้องกำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับหนังสือบอกกล่าว อาจถือได้ว่ากฎหมายได้กำหนดแบบของการบอกกล่าวบังคับจำนองขึ้นมา
อนึ่ง ในกรณีผู้รับจำนองไม่มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนด ผู้จำนองย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้นั้น ที่เกิดขึ้นนับแต่พ้นกำหนดระยะเวลา 60 วัน จะเห็นได้ว่าการที่กฎหมายกำหนดไว้เช่นนี้ย่อมถือเป็นผลดีต่อผู้จำนอง เมื่อจะบังคับจำนอง เจ้าหนี้จึงอาจฟ้องบังคับจำนองเมื่อใดก็ได้ภายในอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ และหากเจ้าหนี้เห็นว่าทรัพย์ที่จำนองที่มูลค่าสูงแต่หนี้มีมูลค่าไม่มากนัก เจ้าหนี้อาจยังไม่รีบฟ้องบังคับจำนองและรอให้ดอกเบี้ยเพิ่มสูงมากขึ้นจนใกล้เคียงกับราคาของทรัพย์สินที่จำนองเสียก่อนจึงจะมาบังคับจำนองก็ได้
2) กรณีบุคคลอื่นนำทรัพย์สินของตนเข้ามาจำนองประกันหนี้ของลูกหนี้
ในกรณีทรัพย์ที่จำนองมิได้เป็นของลูกหนี้ แต่เป็นการที่บุคคลอื่นนำทรัพย์สินมาจำนองเพื่อประกันหนี้ เช่น บุคคลภายนอกนำที่ดินของตนหนึ่งแปลงมาจดทะเบียนจำนองประกันหนี้ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เป็นต้น ตามมาตรา 728 วรรคสอง กำหนดไว้ว่าเมื่อจะบังคับจำนอง ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวลูกหนี้ให้ชำระหนี้ ภายในเวลาอันสมควรแต่ต้องไม่น้อยกว่า 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวดังกล่าวแล้ว และในการนี้ผู้รับจำนองยังต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ผู้จำนองทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งคำบอกกล่าวแก่ลูกหนี้อีกด้วย ถ้าผู้รับจำนองไม่มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนด 15 วัน ผู้จำนองจะหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้นั้น ที่เกิดขึ้นนับแต่พ้นกำหนดระยะเวลา 15 วัน
3) กรณีทรัพย์สินที่จำนองเป็นของผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง
เมื่อผู้จำนองนำทรัพย์สินของตนไปจำนองประกันการชำระหนี้ ผู้จำนองยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่จำนองนั้น ผู้จำนองย่อมมีสิทธิที่จะโอนทรัพย์ที่จำนองไปยังบุคคลอื่นได้ และผู้รับโอนทรัพย์สินนั้นย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นโดยต้องรับภาระจำนองที่ติดมาด้วย
หากจะบังคับจำนองเอากับทรัพย์จำนองดังกล่าว มาตรา 735 ได้กำหนดว่าผู้รับจำนองมีหน้าที่ต้องทำ “คำบอกกล่าวเป็นจดหมาย” แก่ผู้รับโอนล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนหากผู้รับโอนไม่ไถ่ถอนจำนองภายใน 60 วัน นับแต่วันบอกกล่าวดังกล่าวแล้ว ผู้รับจำนองจึงอาจฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาลเพื่อบังคับจำนองได้
ดูคลิปความรู้กฎหมายได้ที่ https://youtu.be/4S878jG7Wak
ปรึกษากฎหมายโทร
ได้ที่ 080-9193691 , 02-0749954
หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer
สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @cly.cmi
หรือ คลิก https://lin.ee/w7Ikc1z
สาขาขอนแก่น โทร 095-9567735 แอดไลน์ @cly.kkn
หรือ คลิก https://lin.ee/vbQlVcap
ทนายใกล้ตัว
Visitors: 662,592