google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

เปิดร้านหรือทำกิจการร่วมกัน และอยู่กินด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส แม้ต่อมาจะเลิกรากัน จะพาพวกมาขนเอาของที่อยู่ในร้านขณะที่อยู่ในความครอบครองของอีกฝ่ายไปไม่ได้

เปิดร้านหรือทำกิจการร่วมกัน และอยู่กินด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส แม้ต่อมาจะเลิกรากัน จะพาพวกมาขนเอาของที่อยู่ในร้านขณะที่อยู่ในความครอบครองของอีกฝ่ายไปไม่ได้

 

            สินสมรส คือ ทรัพย์สินที่ได้มาหลังจดทะเบียนสมรส เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าเช่าหรือดอกเบี้ยที่ได้รับจากทรัพย์สินส่วนตัว รวมทั้งทรัพย์สินส่วนตัวและมรดกที่ระบุว่าเป็นสินสมรสตั้งแต่ตอนจดทะเบียนสมรส

 

            กรรมสิทธิ์รวม คือ ทรัพย์สินที่มีบุคคลตั้งแต่สองขึ้นไปเป็นเจ้าของรวมกัน โดยมีข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่า ผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่าๆ กัน และเจ้าของรวมมีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกันทั้งนี้ เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ แต่การใช้นั้นต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่นๆ ดังนั้น เมื่อเลิกกิจการหรือไม่ประสงค์ทำธุรกิจร่วมกันแล้วต้องแบ่งกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะมายึดไปเป็นของตนเองโดยอีกฝ่ายไม่ยินยอมไม่ได้ ซึ่งอาจมีความผิดข้อหาลักทรัพย์ ตัวอย่างเช่น

 

            #ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ระหว่างอยู่กินกันฉันสามี-ภริยา ย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมโดยแต่ละฝ่ายมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวคนละเท่า ๆ กัน เมื่อเลิกกันต้องแบ่งกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง การที่จำเลยกับพวกมาขนทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมขณะอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายไปเป็นของตนฝ่ายเดียวทั้งหมด เป็นการเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์

            คำพิพากษาฎีกาที่ 502/2563

            ก่อนเหตุจำเลยกับผู้เสียหายอยู่กินกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส และระหว่างอยู่กินด้วยกันร่วมกันลงทุนประกอบกิจการร้านอินเตอร์เน็ตที่บ้านผู้เสียหาย ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ระหว่างอยู่กินกันฉันสามี-ภริยา ย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมโดยแต่ละฝ่ายมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวคนละเท่า ๆ กัน เมื่อเลิกกันต้องแบ่งกรรมสิทธิ์คนละครึ่ง การที่จำเลยกับพวกมาขนทรัพย์สินที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมขณะอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายไปเป็นของตนฝ่ายเดียวทั้งหมด เป็นการเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์

            มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท

 

            มาตรา 335 ผู้ใดลักทรัพย์

            (7) โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป

ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 ,02-0749954

 

หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

 

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @closelawyercmi

 

หรือ คลิก https://lin.ee/Zu2JmNU

 

 

 


แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 493,023