google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

ผู้เอาประกันภัยมีเจตนาไม่สุจริต ทำประกันภัยไว้หลายกรมธรรม์และมิได้แจ้งบอกกล่าวให้ประกันภัยรายรายอื่นที่เอากรมธรรมน์เพิ่มเติมทราบซึ่งเป็นสาระสำคัญ กรมธรรม์ตามสัญญาประกันภัยย่อมเป็นโมฆะ

การที่ผู้สูงวัย วัยกลางคนหรือประชาชนทั่วไปที่ห่วงสุขภาพของตนนั้นเป็นเรื่องดีต่อตัวเองและต่อคนที่อยู่ข้างหลัง ได้เข้าทำประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพหรือประกันชีวิต นั้นก็สุดแล้วแต่บุคคลที่จะเข้าซื้อบริการแต่หากเป็นกรณีประกันชีวิตที่มีเบี้ยประกันภัยสูงและมีมูลค่าเงินประกันสูงนั้น หากผู้เอาประกันภัยได้เข้าทำกรมธรรม์หลายฉบับแต่กลับปกปิดไว้ไม่ยอมแจ้งต่อผู้รับประกันภัยรายหลังที่ตนได้ทำเพิ่ม หากได้ทำไว้หลายฉบับประกันชีวิตรายหลังย่อมที่จะเรียกค่าทำกรมธรรม์ที่มีอัตราสูงขึ้นหรือบอกปัดหากมองว่าได้ทำไว้หลายฉบับเกินความเหมาะสมของบุคคลนั้น จนเกิดความเสี่ยงหรือเจตนาที่ไม่สุจริต หากภายหลังผู้เอาประกันภัยได้เสียชีวิตและทายาทได้เข้าขอรับเงินตามกรมธรรม์ ผู้รับประกันภัยย่อมปฏิเสธอ้างเหตุไม่สุจริตได้ สัญญาดังกล่าวจึงเป็นโมฆะได้

อ้างถึงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3246/2559 สัญญาประกันภัยเป็นสัญญาที่ต้องการความสุจริตหรือความไว้วางใจระหว่างคู่สัญญาเป็นสำคัญ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยที่จะต้องเปิดเผยข้อความจริงให้ผู้รับประกันภัยรับรู้ ขณะที่ ส. ขอทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยทั้งห้า ส. ได้เอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยรายอื่นอีกนับสิบรายเป็นจำนวนหลายสิบกรมธรรม์ รวมเป็นจำนวนเงินเอาประกันภัยกว่า 47 ล้านบาท ย่อมถือได้ว่า ส. เป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากการขอเอาประกันภัยไว้เป็นจำนวนเงินที่สูง โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าเหมาะสมกับฐานะหรืออาชีพของ ส. หรือไม่อย่างไร และอาจมีมูลเหตุไปในทางไม่สุจริต การเอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยรายอื่นจึงถือเป็นสาระสำคัญที่ ส. ต้องเปิดเผยข้อความจริงดังกล่าวให้จำเลยทั้งห้าทราบ เพราะอาจจูงใจให้จำเลยทั้งห้าเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่รับประกันภัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้การที่จำเลยทั้งห้ายอมตกลงเข้าทำประกันภัยตามฟ้องกับ ส. จึงเกิดจากความไม่สุจริตของ ส. ที่ไม่เปิดเผยข้อความจริงอันเป็นสาระสำคัญ สัญญาประกันภัยตามฟ้องย่อมตกเป็นโมฆียะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยทั้งห้าบอกล้างโดยชอบแล้ว สัญญาประกันภัยจึงตกเป็นโมฆะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 865  ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดี หรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป


ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @closelawyercmi หรือ คลิก https://lin.ee/Zu2JmNU


แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 448,252