google-site-verification: google988c9a26901231a3.html

หากลูกหนี้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล และศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมโดยมิได้มีผลผูกพันกับผู้ค้ำประกัน จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญายอมที่ลูกหนี้ได้ทำขึ้นและมีคำพิพากษาตามยอม

เมื่อพูดถึงคำว่า ค้ำประกัน หลายๆ ท่านถึงกับพูดกันเลยว่า ขอกันดีกว่า ดีกว่าให้ค้ำประกัน ซึ่งการค้ำประกัน หมายถึง การประกันการชำระหนี้ด้วยบุคคลอันเป็นสัญญาประเภทหนึ่ง ซึ่งบุคคลอื่นนอกเหนือจากเจ้าหนี้และลูกหนี้ยอมตกลงกับเจ้าหนี้ว่าหากลูกหนี้ ไม่ชำระหนี้ ตน(ผู้ค้ำประกัน) จะยอมชำระหนี้ให้เจ้าหนี้  และการค้ำประกันถึงกับนำสำนวนสุภาษิตที่ว่า เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอความหมายของสุภาษิตนี้ หมายถึง ต้องมาเป็นผู้รับผิดชอบทั้งๆที่ไม่ได้รับผลประโยชน์อันใดเลย หรือคนที่เข้าไปช่วยเหลือเหตุการณ์บางอย่าง โดยไม่ได้รับผลประโยชน์ แต่ต้องมารับเคราะห์ในเหตุการณ์นั้นๆ

แต่ในบางครั้งบางโอกาส เมื่อเกิดสถานการณ์ที่คนที่ตนรู้จัก คนในครอบครัว หรือแม้กระทั่งเพื่อนฝูงได้มีขอสินเชื่อไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม สถาบันการเงินก็มักจะให้ผู้ขอสินเชื่อต้องมีผู้ค้ำประกันเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าสถาบันการเงินจะได้รับการชำระหนี้ จึงเกิดการขอร้อง ขอความช่วยเหลือ หรือขอความเห็นใจให้ช่วยค้ำประกันหนี้ขึ้น จึงเป็นการยากที่จะปฏิเสธบุคคลนั้นๆ ที่มาขอให้ช่วยได้ แต่ปัญหาจะไม่เกิดหากชำระหนี้ แต่ที่เกิดขึ้นคือหนี้ไม่ชำระ จึงทำให้ในปัจจุบันมีการฟ้องร้องลูกหนี้ และเมื่อหนี้ดังกล่าวมีผู้ค้ำประกัน จึงจำเป็นที่เจ้าหนี้จะต้องฟ้องผู้ค้ำประกันด้วยเช่นกัน และสร้างความเดือดร้อนให้เหล่าคนดีที่มีจิตใจที่ดีงามที่ให้ความช่วยเหลือกลับต้องมาเป็น จำเลย

แต่ทราบหรือไม่ว่า หากเจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ต่อศาลแล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอม หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิมาฟ้องผู้ค้ำประกันเพื่อให้ชำระหนี้แทนลูกหนี้ได้ โดยเรื่องนี้มีคำพิพากษาที่น่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12711/2558 หนี้ตามสัญญาค้ำประกันเป็นหนี้อุปกรณ์ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันก็ต่อเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เงินกู้ซึ่งเป็นหนี้ประธาน หรือยังมีหนี้ประธานที่ผู้ให้กู้ยังไม่ได้รับชำระหนี้ การที่โจทก์ฟ้อง บ. ให้รับผิดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืม แล้วทั้งสองฝ่ายทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันจนศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมทำให้หนี้ประธานคือหนี้กู้ยืมระงับ เกิดเป็นหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อหนี้กู้ยืมระงับ จึงไม่มีหนี้ที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอีก จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์


ปรึกษากฎหมายโทร 080-9193691 , 02-0749954 หรือ แอดไลน์ @closelawyer หรือ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40closelawyer

สาขาเชียงใหม่ โทร 080-3955536 แอดไลน์ @closelawyercmi หรือ คลิก https://lin.ee/Zu2JmNU



แบบฟอร์มปรึกษากฎหมาย/คดีความ

กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ทีมงานจะตอบคำถามท่านภายใน 3 วัน

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 493,023